ตอนที่ 10
พิมพ์สายนิ่งอึ้งอย่างคาดไม่ถึง ส่วนซาเงที่ได้ยินคำพูดนั้นของตะวันก็พยายามถามใจตัวเองอยู่ไปมาว่าใช่หรือไม่?
ด้านกำพลที่เพิ่งกลับถึงบ้านพักหลังจากสะสางงานจนมืดค่ำ เขาพบความผิดปกติเหมือนมีใครสักคนแอบเข้ามา เงานั้นวูบไหวแล้วหนีไปด้านหลังบ้านก่อนโดยมันทิ้งถุงกระดาษเอาไว้
ผู้กองหนุ่มหยิบถุงนั้นมาเปิดดูก็พบว่าเป็นเงินปึกใหญ่ มีกระดาษเขียนข้อความไว้ว่า
“เลิกยุ่งกับคดียาซะ...จากผู้หวังดี”
กำพลรู้ทันทีว่าเป็นพวกไหน “ฮึ! ผู้หวังดีเหรอวะ หวังดีแต่ทำลายชาติทำลายสังคมนี่นะ อย่าหวังเลย”
ครั้นรุ่งเช้าไปทำงาน กำพลนำเงินถุงนี้ไปให้ลูกน้องดู บอกว่าเมื่อคืนมีคนเอาไปวางไว้ที่บ้านพัก ทุกคนคาดว่า จำนวนเงินไม่น้อยกว่าหลักแสน ผู้กองพูดชัดว่ามันเป็นเงินสกปรก ให้จ่าชัยเก็บแล้วจดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
ooooooo
คล้อยกับสมุนสามคนช่วยกันหอบหิ้วแคล้วที่มีอาการกำเริบมาพักที่บ้านร้างชายป่า แคล้วเจ็บปวดทรมานดิ้นทุรนทุรายอยากรู้ว่าเมื่อไหร่ตนจะหายจากโรคบ้าๆนี้เสียที คล้อยเอาว่านยาที่ยังเหลือให้ลูกกิน ครู่เดียวอาการเจ็บปวดนั้นก็ทุเลาลง
“มันไม่หายหรอกลูก มีอยู่สองอย่าง มันจะหายไปกับการตายของเอ็ง หรือไม่ตายก็กลายเป็นเสือสมิง”
“พ่อ...ข้าไม่อยากเป็นเสือ”
“ถ้ามันจะเป็นก็ต้องเป็นสิวะ”
สมุนสามคนมองหน้ากันหวั่นๆ กลัวโดนเสือกัดกิน ขณะที่คล้อยพูดไปแล้วก็หนักใจ คิดหาทางรอดให้ลูกชาย
“มีทางเดียวต้องรีบหาทางแก้อาถรรพณ์ให้เร็วที่สุด ว่านสะกดสมิงที่มีมันใช้ได้ไม่กี่ครั้ง ถ้าเชื้อมันซ่านไปทั่วร่างเอ็งนานเท่าไหร่ ว่านที่ข้ามีมันก็ไม่อาจต้านได้”
“อย่างนี้ข้าก็ต้องทนทรมานอยู่แบบนี้เหรอพ่อ”
“อดทนไว้ไอ้แคล้ว ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเอ็งให้ได้ ที่นี่มันใกล้เมืองเยจุดกำเนิดของพวกเสือสมิง ที่นั่นอาจจะมีวิธีรักษา ทุกคนเก็บของแล้วตามข้ามา”










