ตอนที่ 10
พิมพ์สายยิ้มบางๆ มองจอปาที่แยกไปยืนอยู่คนเดียว เธอผละจากทุกคนมาคุยด้วย บอกให้รู้ว่าผู้กองจะไปส่งเธอที่บ้าน เธอเลยจะชวนเขาไปเที่ยวบ้าน แต่จอปาก็ยังพูดคำเดิม
“แค่ได้รู้ว่าหนูจะถึงบ้าน เท่านี้ข้าก็เบาใจแล้ว ข้าไม่ชินกับคนในเมือง เดี๋ยวทำตัวไม่ถูก ขอตัวนะ”
“ค่ะ...คุณลุงคะ ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือทุกอย่างที่ลุงมีให้ หนูจะจดจำไว้เสมอค่ะ”
“ข้าก็เหมือนกัน สามสิบปีที่ผ่านมา ชีวิตข้าไม่เคยมีความหมายอะไรมากเท่าวันนี้ ต่อไปหนูต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ”
“ค่ะลุง”
“ส่วนหนังเสือนั่น ข้าอยากให้เจ้าเก็บไว้ มันคงปลอดภัยมากกว่าอยู่กับข้า เชื่อว่ามันจะมีประโยชน์ในภายหน้าแน่”
“ได้ค่ะ หนูจะเก็บรักษาไว้ให้ดีที่สุด”
จอปายิ้มพอใจ มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาของพ่อที่เอ็นดูลูกอย่างแท้จริง
ooooooo
ที่บ้านเสี่ยสวัสดิ์...เจนจิตกับใจคุยกันเสียงดัง สวัสดิ์เดินผ่านมาได้ยินสองแม่ลูกเอ่ยถึงตัวเองเลยชะงักหยุดฟังอยู่เงียบๆ
“เรื่องเสี่ย แม่จะให้เป็นแบบนี้อีกนานไหม”
“แบบไหนวะ”
“ก็แบบที่แม่เป็นอยู่นี่ไง อยู่แบบหลบๆซ่อนๆ”
“เจน แม่บอกหลายครั้งแล้วว่าอย่าเอาเรื่องนี้มาพูดกับแม่อีก แม่พอใจแล้วที่เป็นแบบนี้ เสี่ยเขาดูแลเราดีที่สุดแล้ว จะให้แม่ไปเรียกร้องอะไรอีก”
“สิทธิ์ของความเป็นเมียไงแม่ เพราะแม่ไม่เรียกร้อง เสี่ยก็เลยไม่คิดจะทำอะไรซะที แทนที่จะรับเป็นเมียออกหน้าออกตาให้คนอื่นเขารับรู้ แต่ไม่ทำ เหมือนไม่เป็นลูกผู้ชาย เอาแต่แอบกิน”
“เจน!! พอได้แล้ว จะไปไหนก็ไป ต่อไปอย่ามาคุยกับแม่เรื่องนี้อีก”
เจนจิตไม่กล้าโต้เถียงแต่เดินหน้างอออกไป ขณะที่ สวัสดิ์ได้ยินอย่างนั้นก็สะท้อนใจอยู่เหมือนกัน
ooooooo
รถสองคันจากโรงพักสังขละบุรีมาถึงบ้านพ่อแม่ ของซาเงแล้ว ยองตะมุกำชับจอปาให้รอตนอยู่ที่นี่ก่อน ส่งพิมพ์สายถึงบ้านแล้วตนจะกลับมา เราต้องเข้าป่าด้วยกันอีกครั้ง
จอปาพยักหน้ารับรู้ จากนั้นยองตะมุบอกลาถวิลเมียรัก ส่วนพิมพ์สายที่ยืนอยู่กับตะวันตัดสินใจเดินมาหาจอปาและเรียกเขาว่าพ่ออย่างเต็มปากเต็มคำ
“หนูจะไม่ลืมวันนี้ ดูแลตัวเองให้ดีนะคะพ่อ”










