ตอนที่ 10
อรรถมีแววกังวล คนเป็นพ่อเดาทันทีว่าเรื่องพิมพ์สาย ซึ่งเรื่องนี้อาคมเองก็ไม่พอใจเช่นกัน
“สวัสดิ์ทำเหมือนไม่ไว้หน้าเราเท่าไหร่นะ รู้อยู่ว่าไอ้หนุ่มนั่นมันคือตัวปัญหาแต่ยังไม่จัดการให้มันจบๆ เรื่องหมั้นที่รับปากไว้ก็ไม่ชัดเจนซักที วันนี้เห็นทีต้องคุยกันให้เด็ดขาดไปเลยว่าจะเอายังไง”
“วันนี้เลยเหรอครับ”
“ใช่ วันนี้เลย พ่อต้องคุยกับสวัสดิ์ แกไปกับพ่อด้วย”
อรรถรับปากทั้งที่รู้สึกกังวลไม่น้อย
ooooooo
พิมพ์สายกับตะวันไปเที่ยวชมเจดีย์โบราณซึ่งทั้งคู่เคยมาตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนที่นี่มีผีเสื้อจำนวนมาก แม้เดี๋ยวนี้จะน้อยลงแต่ยังคงสวยงามเหมือนเดิมในความรู้สึกของพิมพ์สาย
“ใช่ครับ แม้วันหนึ่งที่นี่จะไม่มีผีเสื้อสักตัวเดียว มันยังจะสวยและงดงามเสมอ ขอเพียงใครบางคนไม่หายไป”
“ใครล่ะตะวัน”
“คุณหนูไงครับ ที่นี่ต่อให้มีผีเสื้อสักล้านตัวมันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าไม่มีคุณหนู”
“เหมือนกันนะตะวัน ที่นี่จะไม่มีค่าไม่มีความหมายอะไรกับพิมพ์เลย ถ้าไม่มีตะวัน...สัญญากับฉันได้ไหมว่าตะวันจะมีตัวตนอยู่ที่นี่ อยู่ข้างๆพิมพ์ตลอดไป”
“สัญญาครับ ที่นี่จะมีตะวันของคุณหนูเสมอ...และตลอดไป”
“ขอบใจมาก...พิมพ์มีของบางอย่างจะให้ตะวัน”
ของสิ่งนั้นคือสร้อยที่มีจี้รูปหัวใจ เธอบอกเขาว่ามันไม่มีค่าราคาอะไรแต่เป็นเหมือนสิ่งแทนใจของเธอที่อยากให้เขาเก็บไว้
“แม้จะเป็นเม็ดทรายสักเม็ดเดียว ถ้ามันมาจากใจคุณหนู มันมีค่ามากมายในหัวใจผม”
พิมพ์สายยิ้มปลื้ม สวมสร้อยให้ตะวันแล้วจับจี้รูปหัวใจทาบไว้กับอกข้างซ้ายของเขา “มันคือหัวใจของฉัน ฉันให้เธอ สัญญาได้ไหมว่าจะรักษามันไว้อย่างดี”
“จนกว่าชีวิตจะหาไม่เลยครับ ผมสัญญา”
หนุ่มสาวสบตากันหวานซึ้งตรึงใจ แย้มยิ้มให้กันอย่างมีความสุข...
แต่เวลานั้นที่ตลาดภายในหมู่บ้านชาวเขากำลังเกิดเหตุร้าย ดอนกับสมุนตามเจอซันโท่ยแล้วพยายามไล่ฆ่าตามคำสั่งของอรรถ ซันโท่ยหนีตายไปถึงบ้านบอกเมียให้รีบเก็บข้าวของ แต่ไม่ทันสองผัวเมียจะออกไปพวกดอนก็ตามมาถึงแล้วยิงเมียซันโท่ยตาย และเขาอาจจะตายอีกคนถ้าไม่ได้ยองตะมุโผล่มาช่วยไว้อีกครั้ง
ยองตะมุยิงสกัดพวกดอนก่อนจะพาซันโท่ยหนีรอดไป ทิ้งความเจ็บแค้นใจไว้ให้ดอนที่ทำงานพลาดอีกแล้ว
ooooooo










