ตอนที่ 10
อากาพะโยเพิ่งสังเกตเห็นผมยาวๆสองสามเส้นที่เสื่อภายในห้องบนบ้าน พิศดูแน่ใจว่าไม่ใช่ของเมียจึงคาดว่าจอปาไม่ได้มาที่นี่คนเดียวและคนที่มาด้วยต้องเป็นผู้หญิง ถ้าหนังเสือไม่อยู่กับจอปาก็ต้องอยู่กับผู้หญิงคนนี้
“น่าเจ็บใจนัก” อูซานโกรธแค้นผู้บุกรุก
ทันใดนั้นมีผู้บุกรุกกลุ่มใหม่โผล่เข้ามา! พวกคล้อยถือปืนจู่โจมมาควบคุมตัวสองพ่อลูก อูซานฮึดฮัดทำท่าจะสู้แต่คล้อยแผดเสียงท้าทาย
“เอาสิไอ้หนุ่ม ลูกปืนข้าเจาะหัวแกก่อนได้กลายร่างแน่ พ่อแกก็เหมือนกัน ได้ตายก่อนเห็นแกสู้ด้วยซ้ำ อย่าเสี่ยงดีกว่า”
“อูซานนิ่งไว้” อากาพะโยห้ามลูกชายแล้วถามคล้อยว่าต้องการอะไร
“ตลอดเวลาข้าต้องการก็คือหัวใจเสือสมิง แต่ตอนนี้ข้าต้องการให้ลูกข้าหลุดพ้นจากการเจ็บปวดทุกข์ทรมานจากเชื้อเสือสมิงบ้าๆนั่น”
“จะยากอะไร...แกมีปืนก็จัดการให้มันจบๆซะสิ ลูกชายแกจะได้ไม่ทรมาน”
“ยังกล้าปากดีอีกเหรอ ถ้าจะให้ทำแบบนั้นก็ได้ แต่ข้าขอยิงหัวลูกชายแกก่อนได้ไหม”
คล้อยขึงขังเอาจริงจนอากาพะโยหวาดหวั่น ลดเสียงเบาลง
“ข้าว่าไม่พ้นคืนนี้ก็ตายอยู่ดี จะยืดเวลาความเจ็บปวดให้ลูกเจ้าไปทำไม ทรมานเปล่าๆ”
“แกเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าลูกข้าจะเป็นยังไง แกรู้ว่ารักษาได้ใช่ไหม”
“แต่เจ้าก็รู้ไม่ใช่เหรอ คนที่ถูกคมเขี้ยวสมิงถ้าไม่ตายก็ต้องกลายเป็นเสือสมิง แต่น้อยคนนักที่จะรอดจากพิษเขี้ยวสมิง”
“ข้าถึงต้องมาหาแกไง แกต้องรู้วิธีรักษาลูกข้าสิวะ”
“ถ้าข้าทำได้ ทำไมลูกข้ายังเป็นแบบนี้อยู่ล่ะ”
“ไม่รู้เว้ย...ลูกแกมันเป็นสมิงไปแล้วนี่หว่า แต่ลูกข้าไม่ ทำยังไงก็ได้ไม่ให้ลูกข้าต้องตาย”
“ถึงแม้รอดแล้วต้องเป็นเสือสมิงแบบนั้นเหรอ”
“เออสิวะ ขอให้มันรอด จะเป็นอะไรก็ได้ มันจะเป็นเดรัจฉานแบบไหนมันก็คือลูกข้า ข้าก็รักเหมือนที่แกรักลูกของแกนั่นแหละ เข้าใจใช่มั้ย”
อากาพะโยเข้าใจในความรู้สึกของคนเป็นพ่อ คล้อยมองแคล้วที่เริ่มมีอาการเจ็บปวดก็ยิ่งสงสาร
“ข้าขอร้อง...ข้าไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าให้ลูกข้ารอดตาย เราต่างก็เป็นพ่อเหมือนกันไม่ใช่เหรอ ช่วยข้าเถอะ แล้วข้าจะปล่อยเจ้ากับลูกเป็นอิสระ ข้าต้องการแค่นี้จริงๆ”
“พ่ออย่าเชื่อมัน มันโกหก สุดท้ายมันก็ฆ่าเราสองคนอยู่ดี” อูซานโพล่งขึ้น
“ข้ามีสัจจะพอ ฆ่าแกกับพ่อแล้วข้าจะได้อะไร”










