ตอนที่ 10
ในขณะที่พวกคล้อยกำลังมุ่งหน้าไปเมืองเย... อากาพะโยกับอูซานไปถึงที่นั่นแล้ว สองพ่อลูกอยู่ในสภาพบาดเจ็บ อากาพะโยยืนมองหลุมศพเมียตรงหน้าบ้านแล้วเอ่ยกับลูกชายอย่างปลงๆ
“ถ้าจะตาย ไม่มีที่ไหนที่พ่อจะตายตาหลับได้เหมือนที่นี่”
“พ่อไม่เป็นอะไรหรอก เดี๋ยวก็หาย”
“ชีวิตไม่มีอะไรจีรัง สุดท้ายก็ต้องตายอยู่ดี มันอยู่ที่ว่าจะตายที่ไหน ยังไง แล้วมีคุณค่าแค่ไหน”
“ทำไมพ่อต้องพูดเรื่องนี้ พ่อมีพลังเสือคุ้มครองอยู่บ้าง พ่อไม่ตายง่ายๆหรอก”
“พ่อมีก็แค่ไสยเวท ถ้าถึงเวลาเสื่อมมันก็คือจุดจบของพ่อ ที่พูดเพราะพ่อมาอยู่ที่นี่แล้ว บ้านที่พ่อเกิดและต้องเป็นที่สุดท้ายของลมหายใจพ่อ”
อูซานมองพ่อด้วยความสะท้อนใจ รู้ว่าพ่อเริ่มปลงชีวิต แต่เขายังไม่คิดเช่นนั้น
ooooooo
พิมพ์สายขออนุญาตพ่อออกไปเที่ยวข้างนอกกับตะวัน สวัสดิ์ไม่ขัดข้องแต่กำชับตะวันว่าต้องดูแลความปลอดภัยให้ลูกสาวของตนอย่างดีที่สุด
แน่นอนว่าตะวันต้องปกป้องผู้หญิงที่เขารักสุดชีวิตอยู่แล้ว ซาเงเห็นสองคนออกไปด้วยกันก็แอบเศร้า แต่พยายามตัดใจบอกตัวเองว่าขอเป็นเพื่อนที่ดีของตะวัน
หลังจากนั้นซาเงมาบอกน้าใจว่าขอลาออก ใจค่อนข้างตกใจและคาดว่าต้นเหตุมาจากเรื่องที่ตะวันคบกับพิมพ์สาย แต่ซาเงปฏิเสธ บอกว่าไม่คิดเรื่องนี้อีกแล้ว
“ตัดใจได้แล้ว...ว่างั้น”
“โธ่น้า อะไรที่ไม่ใช่ฝืนไปมันก็เจ็บ ซาเงมีสมองคิดได้เหมือนกันนะ”
“ใช่ น้าก็เห็นพูดแบบนี้กันมาเยอะ แต่จำไว้นะ ตัดบัวยังเหลือใย”
“เหลือก็แต่ความห่วงใยกับหวังดีเท่านั้นแหละน้า ซาเงเห็นตะวันกับคุณหนูมีความสุขแค่นี้มันก็ทดแทนสิ่งที่หล่นหายไปได้แล้ว”
“ท่าจะจริงนะ น้าพอมองออกว่าซาเงพูดจริง ไม่เศร้าแล้วนี่ หรือเพราะมีหนุ่มคนไหนอยู่ในใจ”
ซาเงอึกอักเขินอายหน้าแดง ยิ่งทำให้ใจมั่นใจบอกว่าผู้หญิงด้วยกันย่อมดูกันออก คราวนี้ซาเงถึงกับนิ่งเงียบพูดไม่ออก
“เรื่องลาออกน้าอยากให้คิดดูอีกที ซาเงไปแล้วใครจะดูแลคุณพิมพ์ล่ะ”
“คุณหนูก็มีน้าใจมีตะวันดูแลอยู่แล้ว ซาเงอยากกลับไปดูแลพ่อกับแม่จ้ะ”
“เรื่องนี้เอาไว้ค่อยคุยกันอีกทีดีไหม”
“ก็ได้จ้ะ” ซาเงรับปากโดยดี...
ooooooo










