ตอนที่ 10
“ค่ะๆ ว่าแต่เราจะไปไหนกันดีคะ”
“แล้วแต่เธอสิ ผมได้อยู่แล้ว”
เจนจิตกระดี๊กระด๊าย้ายมานั่งข้างหน้าคู่เขา อรรถมองออกว่าเธอจงใจยั่วแต่ไม่พูดอะไร เคลื่อนรถออกไปจากตรงนั้นด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย
ooooooo
เย็นนั้นกลุ่มของคล้อยควบคุมตัวอากาพะโยกับอูซานกลับมาที่บ้านร้างหลังเดิม
“คืนนี้พวกเราจะพักที่นี่ ส่วนลูกชายแกต้องเข้าเมืองเพื่อเอาของที่ข้าต้องการมาแลกกับอิสรภาพของแก จำไว้อย่าได้คิดหนีหรือใช้คาถากำบังกายเด็ดขาด มันไม่มีประโยชน์ ถ้าแกยังถูกมัดอยู่แบบนี้”
“อุดช่องโหว่ไว้ให้ดี อย่าพลาดก็แล้วกัน”
“คนอย่างเสือคล้อยไม่มีวันยอมพลาดง่ายๆ ถ้าลูกแกพลาดอาจมีคนต้องตายได้เหมือนกัน”
“พาข้าไปตอนนี้เลยสิวะ อยากได้นักไม่ใช่เหรอ” อูซานแผดเสียง
“ใจเย็นๆ ได้ออกโรงแน่ ตอนนี้แกต้องทำตามแผนของข้า ลูกน้องข้าสองคนจะพาแกไป ไอ้น้อย ไอ้ยักษ์ นี่กระสุนเงินลงอาคมของข้า พวกเอ็งเอาไป ถ้าไอ้เสือตัวนี้มันตุกติกเมื่อไหร่ก็ยิงได้เลย หารถสักคันพามันเข้าเมือง พรุ่งนี้เสร็จเรื่องรีบกลับมาที่นี่ ถ้าพ้นคืนพรุ่งนี้ไม่มีใครกลับมาจะมีใครบางคนเป็นศพเฝ้าบ้านหลังนี้แน่ ไปได้แล้ว”
ยักษ์กับน้อยเดินนำ แต่อูซานยังยืนนิ่งไม่ขยับ คล้อยเลยต้องเร่งเสียงเขียว
“ไปสิวะอูซาน”
อูซานฮึดฮัด กระทั่งเห็นพ่อส่งสายตาและพยักหน้าจึงยอมเดินตามสมุนสองคนของคล้อยไป
น้อยกับยักษ์ควบคุมอูซานไปอย่างกล้าๆกลัวๆ เพราะรู้ว่าเขาคือเสือสมิง เจอชาวบ้านคนหนึ่งขับรถกระบะก็ชิงรถไปโดยไม่ได้ทำร้ายเจ้าของ
ด้านอรรถที่พาเจนจิตมายังรีสอร์ตแห่งหนึ่ง เวลานั้นใกล้ค่ำบรรยากาศดีมาก เจนจิตตื่นเต้นและมีความสุขเพราะได้อยู่ใกล้ชิดคนที่เธอแอบรัก ดื่มเหล้ากับเขาทั้งที่ไม่เคยดื่มมาก่อน ได้ยินอรรถบอกว่าถ้าเมาก็เปิดห้องนอนที่นี่ หญิงสาวตาลุกวาวออกอาการยั่วยวนทันที
อีกสถานที่หนึ่งที่เงียบสงบ เสมกับสิงห์อยู่ในห้องรอการมาของใครบางคน สักครู่เข้มหิ้วข้าวของพะรุงพะรังเข้ามาอย่างระแวดระวัง
“นี่คงอิ่มไปได้อีกหลายวัน”
“พี่เข้มจะให้พวกฉันอยู่แต่ในนี้เหรอ มันเซ็งจะตายแล้วนะพี่”
“ไม่ได้ติดคุก แต่เหมือนถูกขังเลย”
“ถ้าไปเพ่นพ่านข้างนอกพวกเอ็งได้ติดคุกจริงๆแน่ นายสั่งมาไม่จำเป็นอย่าออกไปไหนเด็ดขาด ถ้ายังจัดการไอ้ตำรวจกับนังนั่นไม่ได้ นี่เงินบางส่วนนายแบ่งมาให้พวกนาย”










