ตอนที่ 9
เปรียวถอนใจหนักหน่วง “ฉันเหนื่อย...ฉันกำลังจะหมดกำลัง ทำไมคนพวกนี้มันถึงได้ยิ่งใหญ่นักทั้งที่มันไม่เคยทำสิ่งดีๆ นี่ความดีกำลังจะแพ้กำลังของความชั่วหรือ”
ท่าทางเศร้าๆของเปรียวทำให้หินสงสารจับใจ อ้าปากจะปลอบแต่เธอก็โพล่งตัดหน้า “เราต้องสู้กันตามลำพังเพราะบ้านโคกอยู่ไกลปืนเที่ยง เมื่อไหร่ผู้บังคับกอง คนใหม่หรือนายอำเภอคนใหม่จะมาเสียที...เมื่อไหร่”
หินสะเทือนใจมากแต่ก็บอกเธอไม่ได้เหมือนกันว่าผู้กองหรือนายอำเภอคนใหม่จะมาเมื่อไหร่...
บัวบานแยกกับเปรียวกลับบ้านก่อน แก้วดักรออยู่แล้วด้วยสีหน้าเอาเรื่อง
“เปรียวล่ะ...เปรียวไปไหน ทำไมไม่กลับมาพร้อมกับเอ็ง แม่เตือนแล้วว่าอย่าเพิ่งเคลื่อนไหวอะไรตอนนี้ เปรียวยังมีคดีติดตัว เพิ่งได้ประกันออกมา”
สีหน้าคุกคามเอาจริงของแก้วทำให้บัวบานอึกๆอักๆ แก้วเห็นแล้วรำคาญตวาดลั่น
“ถามว่าเปรียวไปไหนทำไมไม่กลับมาพร้อมกัน ...ทำไมไม่ตอบ!”
“ก็ฉันกลัวแม่นี่ แม่ทำหน้ายังกับยักษ์”
“กลัวก็ตอบมา! นังเปรียวมันออกไปหาไอ้หินอีกใช่ไหม”
บัวบานไม่ตอบ แก้วยิ่งของขึ้น “มันต้องออกไปหาไอ้หินแน่ นี่ยังไม่เลิกพบกันอีกหรือ แม่สั่งแล้วไม่ให้คบกับพวกเด็กวัด มันกล้าขัดคำสั่งแม่ เห็นแม่ไม่มีความหมายใช่ไหม!”
เปรียวไม่รู้ตัวว่าจะถูกแม่ตามเอาเรื่อง มัวซังกะตายเพราะถูกพวกเสี่ยภุชงค์รังควาน หินต้องคอยปลอบ
“ฟังนะเปรียว...เราทุกคนจับมือสาบานกันแล้วว่าเราจะสู้ ไม่ว่าจะต้องสู้กับความตายหรืออิทธิพลล้นฟ้าของเสี่ยภุชงค์ เราก็ต้องหยุดมันก่อนที่มันจะไปไกลเสียจนเราหยุดมันไม่ได้”
“คุณหมายถึง...”
“เสี่ยภุชงค์มีอดีตที่คนทั่วไปลืมแล้ว ถ้าเราปล่อยไว้มันจะโตขึ้นเรื่อยๆ พัฒนาตัวเองให้กลายเป็นคนมีเกียรติ มันจะไม่ต้องการแค่เงิน แต่มันต้องการให้คนยกมือไหว้มันในฐานะ...ผู้แทน”
“เสี่ยภุชงค์น่ะหรือ”
“มันจะใช้เงินในการซื้อสิทธิขายเสียง มันจะเหยียบคนที่ขายชีวิตให้มันจนจมดิน เราต้องหยุดมันตอนนี้!”
ooooooo
หินกับเปรียวให้กำลังใจกันและกันจะต่อต้านอิทธิพลมืดของเสี่ยภุชงค์ให้ได้ แก้วปรี่มาพร้อมไม้เรียวเห็นเปรียวยืนคุยกับหินตามลำพังก็โวยลั่น
“มายืนกอดกับผู้ชายไม่อายฟ้าอายดิน งามหน้าละลูกสาวบ้านลำตัด...มานี่!”
แก้วตรงเข้ากระชากมือเปรียวลากออกจากหิน หินตามยื้อ
“อย่าครับน้าแก้ว...อย่าตีเปรียว...ไม่ใช่ความผิดเปรียวแต่เป็นความผิดผมเอง ผมกำลังจะไปส่งเปรียวที่บ้าน”










