ตอนที่ 9
“แต่ก่อนส่งก็พาลูกกูมาแทะอยู่ข้างทาง มานี่อีตัวดี...อีลูกไม่รักดี!”
จบคำก็ฟาดไม้เรียวตามตัวเปรียว บัวบานที่ตามมาด้วยถลาห้าม
“แม่...อย่า...มีอะไรก็กลับไปพูดกันที่บ้านเถอะ... อายเขา”
“อายหรือ...แล้วนึกถึงหน้าแม่ไหม แม่อายมากี่ครั้งแล้วที่ลูกต้องเป็นหม้ายขันหมากก็เพราะใคร...เพราะไอ้หิน!”
แก้วตีทั้งหินและเปรียว หินกอดเปรียวไว้ “อย่าครับน้าแก้ว”
เสียงเอะอะเรียกชาวบ้านมามุง หนึ่งในนั้นคือมัคนายกผวนที่ผ่านมาเจอ รีบตะโกนห้าม
“เฮ้ย...นังแก้ว...มันเรื่องอะไรกันโว้ย มึงจะฆ่าลูกมึงให้ตายหรือยังไง ปล่อยไม้เดี๋ยวนี้นะโว้ย...เรื่องอะไรกัน!”
มัคนายกผวนแย่งไม้เรียวจากแก้วจนได้ แก้วสะบัดหน้าหนีก่อนแหวลูกสาวคนเดียวเสียงเขียว
“เรื่องของนังลูกใฝ่ต่ำไม่รักดีน่ะสิ กลับบ้านเดี๋ยวนี้นังเปรียว หรือถ้าเห็นไอ้หินดีกว่าแม่ล่ะก็เราขาดกัน!”
แก้วผลุนผลันกลับบ้านไปแล้ว ทิ้งเปรียวให้ยืนหน้าซีดร่ำไห้อย่างหมดอาย หินได้แต่มองมาด้วยความสงสาร...แต่ก็ไม่รู้จะช่วยสองแม่ลูกให้คืนดีกันยังไง
เสี่ยภุชงค์ไม่สนใจเรื่องแม่ลูกทะเลาะกัน หัวเสีย มากกว่าที่รู้ว่าเปรียวเป็นตัวตั้งตัวตีเปิดชุมนุมต่อต้านตน
“นังเปรียวมันไม่ยอมแพ้ นี่ขนาดเผาป่าช้าไล่มันแล้วเชียวนะมันก็ยังไม่ยอมเลิกรา มันรวมหัวกันต่อต้านเรา คุณปลัดคิดว่าผมควรจะทำยังไง”
ดนัยก็เหนื่อยใจกับเปรียว “ผมต่างหากล่ะที่ควรจะถามเสี่ย...เสี่ยจะทำยังไง”
หมวดรำพึงแนะให้ยัดข้อหาเปรียวอีกครั้ง ทนายผดุงรีบสนับสนุน “ผมพร้อมจะเป็นที่ปรึกษาให้หมวดรำพึง แต่ถ้าถามผมว่าผมควรจะทำยังไงล่ะก็...ผมมีความเห็นที่ต่างไปครับในฐานะทนายผู้มากประสบการณ์”
เสี่ยภุชงค์กับบรรดาลิ่วล้อมองมาด้วยความอยากรู้ ทนายผดุงเหยียดยิ้ม เฉลยเสียงเย็น
“ผมจะทำลายหัวใจของหิน ท่าลาด!”
ooooooo
ดนัยนำคำแนะนำทนายผดุงไปต่อยอดด้วยการแวะหาแก้วถึงบ้านเวลาต่อมา เห็นแก้วเพิ่งหัวเสียเพราะทะเลาะกับเปรียวที่ขัดคำสั่งคบค้าสมาคมกับพวกหินเลยแสร้งถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง
“มีอะไรหรือครับแม่แก้วถึงร้องไห้”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่ตีลูกที่มันดื้อด้วยไม้น่ะค่ะ”
“เปรียวโตแล้ว อย่าลงโทษรุนแรงเลยครับ ผมขอร้อง มีอะไรก็ค่อยพูดค่อยจากัน เปรียวต้องเชื่อแม่แก้วครับ”
“แม่ต้องตีลูกเพราะนังเปรียวยังไม่เลิกคบกับไอ้หิน แม่สั่งแล้วสั่งอีก ทำเหมือนคำสั่งของแม่เหมือนสั่งขี้มูก”










