ตอนที่ 9
แก้วร่ำไห้อย่างหมดอาย ดนัยลอบเบ้หน้าก่อนกอดปลอบ “แม่แก้ว...ใจเย็นๆครับ...เปรียวอาจหลงผิดเพราะต้องการพวกเพื่อร่วมกันต่อต้านเสี่ยภุชงค์ ผมเชื่อว่าเปรียวคงไม่มีความคิดใฝ่ต่ำ”
“คุณปลัด...นี่คุณปลัดไม่โกรธลูกแม่เลยหรือคะ นังเปรียวมันทำเหมือนหยามหน้าคุณปลัดเรื่องไอ้หินทั้งที่รู้ว่าพวกไอ้หินเป็นโจรปล้นขันหมาก...มันเป็นโจร!”
ดนัยสะใจปั่นหัวแก้วได้แต่ยังเก็บอาการ “ผมทราบครับ...แต่ผมถือสัญญาของแม่แก้วเรื่องที่แม่แก้วยกเปรียวให้กับผมโดยไม่จำเป็นต้องแห่ขันหมากอีก... ผมมาทวงสัญญา”
ไม่ใช่แค่พวกเปรียวที่ปลุกระดมชาวบ้านเพื่อกอบกู้สถานการณ์บ้านโคก น้ำหวานกับน้ำแข็งก็ไม่ดูดายสำรวจเส้นทางเข้าออกบ้านโคกอย่างละเอียดถี่ถ้วน และวันนี้สองสาวเมืองกรุงก็ขับรถมาทางสายเปลี่ยวแห่งหนึ่ง
“ทำไมต้องใช้เส้นทางนี้ด้วยล่ะคะคุณน้ำหวาน ทางเกวียนเส้นนี้ชาวบ้านเขาเลิกใช้ไปตั้งนานแล้วนะคะ”
“มันเป็นเส้นทางที่ชาวบ้านไม่ใช้เราถึงต้องทำเป็นว่าหลงทางเข้ามาเพื่อสำรวจพื้นที่ที่เป็นจุดบอดยังไงล่ะ”
“แต่มันเปลี่ยวมากนะคะ”
“ที่เปลี่ยวคือที่ที่มีเหตุน่าสงสัยที่สุด คนมันจะประกอบกรรมชั่วก็มักจะหาทำเลที่เปลี่ยวที่เหมือน...ที่นี่แหละ”
เสี่ยภุชงค์ไม่ประมาทส่งสมุนสะกดรอยน้ำหวานกับน้ำแข็งจนรู้ว่าสองสาวเมืองกรุงแอบช่วยพวกเปรียวอย่างเงียบๆด้วยการสำรวจเส้นทางเข้าออกบ้านโคก และเพื่อข่มขวัญให้พวกเปรียวล้มเลิกการต่อต้านจึงสั่งการให้สมุนปลอมตัวเป็นผู้หญิงดักปล้นรถขายชุดชั้นในของน้ำหวานกับน้ำแข็ง
ooooooo
น้ำหวานกับน้ำแข็งเจ็บใจมาก รีบบอกหินกับหาญให้ช่วยตามหารถขายชุดชั้นในแต่ไม่พบอะไรน่าสงสัย
หินเปิดฉากหลังสำรวจทั่วที่เกิดเหตุ “ไม่มีร่องรอยอะไร ผมว่ามันคงแค่ขู่คุณสองคนมากกว่า”
“พวกมันจะมาขู่ฉันเรื่องอะไร นอกจากเรื่อง...”
หาญโพล่งขึ้นลอยๆตามที่คิด “หรือจะเป็นคนของเสี่ยภุชงค์”
“ถ้ายังงั้นทำไมพวกมันไม่ฆ่าเราสองคน”
หินถอนใจยาวก่อนเอ่ยข้อสันนิษฐานของตน “มันคงแค่อยากทำป่วน ทำให้เราเสียหน้า ทำให้ชาวบ้านหมดความเชื่อถือ ถ้าไม่มีใครเชื่อมั่นในตัวเรามันก็ตัดกำลังไปได้เกือบครึ่ง”
ข้อสันนิษฐานของหินทำให้น้ำหวานกับหาญเครียดมาก หินคิดหนักก่อนตัดสินใจเอาคืน
“เราต้องป่วนกลับ...หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ทำให้มันเสียความน่าเชื่อถือ ชาวบ้านจะได้เลิกกลัวเสี่ยภุชงค์!”
เสี่ยภุชงค์ไม่กลัวจะถูกล้างแค้น หมกมุ่นเตรียมความพร้อมโครงการท่าทรายโดยมีทนายผดุงช่วยทำเอกสาร










