ตอนที่ 9
“เอ่อ...สีดาไม่ได้ห่วงใครนะคะ สีดามารอคุณปลัดเพื่อถามข่าวจะคาบข่าวขึ้นไปรายงานเสี่ยน่ะค่ะ”
“เสี่ยภุชงค์เขาคงจะยินดีกับความชื่อสัตย์ของสีดานะ รู้ไหมว่าอะไรที่ผู้ชายทนไม่ได้...ผู้หญิงทรยศ!”
หินไม่รู้และไม่สนว่าสีดาจะห่วงหา วุ่นวายจับกุ้งในแม่น้ำเพื่อประทังชีวิตตัวเองกับเปรียว สาวห้าวประจำคณะลำตัดรับหน้าที่ก่อกองไฟจนได้ที่ พอดีเวลากับที่หินกลับมาพร้อมกุ้งแม่น้ำหลายตัว
“เอากุ้งแม่น้ำนี่ย่าง โชคดีที่ฝั่งตรงนี้เป็นแอ่งลึก
กุ้งก็เลยชุม”
“เราจะกินกุ้งเผาเป็นอาหารหรือ”
“ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรกิน แถวนี้ไม่มีบ้านคนเลยนะ ผมเลยไม่รู้จะไปขอข้าวใครมาให้เปรียว”
เปรียวพยักหน้ารับก่อนกวาดตามองรอบตัวปลงๆ “ยังไงแม่น้ำก็เป็นเหมือนแม่ที่ทำหน้าที่ป้อนอาหารให้กับเรา...ในน้ำมีปลามีกุ้ง มีสิ่งที่ช่วยให้มนุษย์มีชีวิตอยู่ได้ ถ้าแม่น้ำสายนี้ต้องเปลี่ยนไปเพราะน้ำมือของมนุษย์
เรามีหน้าที่ต้องปกป้องรักษา คนชั่วไม่เห็นคุณของดินของน้ำเพราะเขาเห็นเงินเป็นพระเจ้า”
หินรับฟังเงียบๆ เปรียวน้ำตาคลอเมื่อคิดถึงก้าน “พ่อสอนให้ฉันรักดินรักน้ำ ให้ปกป้องทรัพย์แผ่นดินเหล่านี้ไว้ให้คนร่วมชาติ พ่อต้องตายเพราะคนชั่วต้องการทำลายแผ่นดินของเรา เรามีหน้าที่ต้องสู้เพื่อรักษามันไว้...สู้!”
ooooooo
หาญพาน้ำหวานสำรวจภายในเจดีย์โบราณ บรรยากาศโดยรวมวังเวงจนน้ำหวานอดกลัวไม่ได้
“คุณจะเข้ามาทำไมนะ...ทั้งมืดทั้งอับชื้น มีงู
หรือเปล่าก็ไม่รู้ ฉันเคยได้ยินมาว่าในเจดีย์เก่ามักจะมีงูเจ้าที่เจ้าทางคอยเฝ้าทรัพย์ อาจจะเป็นวิญญาณของเจ้าของทรัพย์ที่กลายเป็นงูจงอาง”
ถ้อยคำบ่นรัวเป็นชุดของเธอทำให้หาญเหนื่อยใจ “นี่คุณ...อย่าแก่จินตนาการนักเลยน่า เจดีย์ทุกองค์เป็นโบราณสถานทางศาสนาที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยศรัทธา ของมีค่าต้องมีอยู่แล้ว”
“นี่หมายความว่านายพาฉันเข้ามาในเจดีย์เพราะต้องการจะขุดสมบัติโบราณใช่ไหม”
หาญอึกๆอักๆ น้ำหวานเลยเข้าใจว่าเป็นการยอมรับ
“ฉันกำลังคิดว่านายเป็นคนพอใช้ได้ อย่างน้อยก็ร่วมกับพวกเราต่อต้านอิทธิพลของเสี่ยภุชงค์ ที่ไหนได้ ...จริงๆแล้วนายเป็นโจร ฉันไม่เอาด้วยหรอก เชิญนายขุดสมบัติใต้เจดีย์ไปคนเดียวเถอะ!”
น้ำหวานผลุนผลันออกจากเจดีย์แล้วต้องผงะเมื่อเจอกลุ่มโจรลักของเก่าที่ด้านหน้า กลุ่มโจรเห็นสาวสวยก็ตาวาวฉุดเข้าป่าหวังข่มขืน โชคดีหาญตามไปช่วยทันสาวสวยจากกรุงเทพฯเลยรอดตัวหวุดหวิด...
กุ้งแม่น้ำเผาน่าจะเป็นมื้ออาหารชั้นยอดในยามยากแต่มันกลับกระตุ้นความทรงจำวัยเด็กของหินเมื่อครั้งเหิมพ่อแท้ๆยังมีชีวิต ภาพครอบครัวแสนสุขวนเวียนในหัวจนเขากินข้าวไม่ลง เปรียวเห็นท่าทางซึมก็อดถามไม่ได้
“เป็นอะไรน่ะ...อุตส่าห์ไปงมกุ้งมา ไม่เห็นนายกินสักเท่าไหร่เลย”










