ตอนที่ 4
“ตัวเองไปรอเค้าก่อนนะ เสร็จภาระทางนี้เค้าจะตามไป ถ้าเจอกันอีกที ตัวเองจะจำเค้าได้ไหม ตัวเองจะร่าเริงเหมือนที่เคยหัวเราะด้วยกันหรือเปล่า จากนี้ไป เค้าจะหัวเราะกับใคร อีกกี่วัน อีกกี่คืน ร้อยพันหมื่นชั่วโมง เมื่อไหร่ได้หัวเราะกันอีก...ลาก่อนนะตัวเอง ไม่ต้องเจ็บไม่ต้องปวดไม่มีผิดหวัง หลับพักผ่อนอยู่ในดินแดนที่ความทุกข์เอื้อมไปไม่ถึงนะตัวเอง จนกว่าจะถึงวันที่เราได้เจอกันอีกครั้ง ไปรอเค้าก่อนนะ” เตชิตสะอื้นไห้
กฤตนัยพยักหน้ากับหมอ ก่อนเดินออกไปด้วยกันทิ้งเตชิตไว้ในห้องกับกัญญาวีร์เพียงลำพัง เขาพยายามเขย่าตัวปลุกเธอให้ตื่น แต่เธอนอนนิ่งไม่ไหวติง
“เรื่องของเรามันจะจบลงแค่นี้ใช่ไหม”...
ระหว่างเดินหน้าเศร้ามาที่รถ เตชิตนึกถึงภาพในอดีต ตอนนั้นกัญญาวีร์ขับรถมาส่งเขาที่ทำงาน
พร้อมกับบอกว่าครั้งนี้เธอซื้อดอกกุหลาบให้ คราวหน้าเขาต้องซื้อให้เธอคืนบ้าง เขาลงจากรถโดยไม่ลืมขอบคุณที่ขับรถมาส่ง เธออยากรู้เย็นนี้จะให้มารับกี่โมง เขาส่ายหน้าดิกไม่ต้องมา เย็นนี้ต้องทำงาน
“เห็นไหม ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ตัวเองเปลี่ยนไปอ่ะ” กัญญาวีร์แหย่เล่น
“เค้ากลัววันที่ตัวเองจะเปลี่ยนไปต่างหาก”
“นี่เราทำการแสดงกันอยู่ใช่ไหม”
เตชิตส่ายหน้า ก่อนจะบอกว่ารักเธอแล้วลงจากรถ กัญญาวีร์ตาโตตื่นเต้น นี่เขามีมุมแบบนี้ด้วยหรือ แล้วยื่นช่อดอกกุหลาบให้ สารวัตรหนุ่มตื่นจากภวังค์มองกุหลาบช่อนั้นซึ่งตอนนี้เหี่ยวแห้งหมดแล้ววางอยู่ที่เบาะหลังรถ มองแหวนหมั้นซึ่งสวมอยู่ที่นิ้วตัวเอง กำหมัดแน่นจนมือสั่น ก่อนขับรถออกไป
ooooooo
ที่ห้องเก็บศพ เจ้าหน้าที่เปิดตู้เก็บศพขวัญรัตน์ดึงลิ้นชักที่วางร่างไหม้เกรียมออกมา กฤตนัยที่ยืนน้ำตาอาบแก้มอยู่กับกานดาซึ่งมีสภาพไม่ต่างกัน บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าขออยู่กับครอบครัวตามลำพัง เจ้าหน้าที่ไม่ขัดข้องออกจากห้องไป นำบุญเห็นปลอดคนก้าวออกมาจากมุมมืดเข้ามาบอกกับกฤตนัยว่าตัดสินใจถูกแล้ว
“ฉันบอกเรื่องราวทั้งหมดกับกานดาแล้ว เธอไว้ใจได้”
“ขอแค่กัญญาลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พอ” กานดาพูดจบก็ร้องไห้ออกมาอีก
“พวกมัน...” กฤตนัยพูดได้แค่นั้นก็พูดอะไรไม่ออก ความแค้นความชิงชังแล่นขึ้นมาจุกอก










