ตอนที่ 4
ไม่นานนัก นัธมนมาถึงห้องพักของเตชิต ค่อยๆเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับกระชับปืนในมือ เดินหาเจ้านายทั่วห้องไม่เจอ ครั้นมองไปที่ระเบียงต้องตกใจเมื่อเห็นเตชิตนอนตัวงออยู่รีบเปิดประตูกระจกออกไปประคองเขามานั่งที่โซฟา เอาเครื่องดื่มอุ่นๆมาให้ดื่ม ถามว่าไปทำท่าไหนถึงล็อกตัวเองอยู่ที่ระเบียง
“ผมสะเพร่าไปหน่อย แล้วนี่คุณเข้ามาได้ยังไง”
“ก็นี่ไงจะถามอยู่ หนูก็นึกว่าสารวัตรเอาคีย์การ์ดไปยัดใส่รถหนู...ได้ยังไง”
เตชิตเหลือบเห็นดอกกุหลาบห่อด้วยกระดาษมีกากเพชรวิบวับถามว่านั่นอะไร เธอยักไหล่ไม่รู้เหมือนกัน มีคนพยายามบอกใบ้อะไรก็ไม่รู้ เขาพึมพำว่ากุหลาบเกราะเพชร เธอท้วงว่านี่ก็แค่กุหลาบกากเพชร เขาย้ำว่ากุหลาบเกราะเพชรต่างหาก
“กากเพชรน่ะถูกแล้ว เกราะอะไรที่ไหน มันจะไปดูแลใครได้ถ้าตัวมันยังเป็นแค่กากเพชรอยู่เลยเนี่ย”
“มีคนพยายามจะเปลี่ยนมันจากกากให้กลายเป็นเกราะ”...
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ยายห่มผ้าสไบสีขาวหิ้วตะกร้าใบเล็กจะออกไปข้างนอก เด่นเดือนกำลังออกกำลังกายอยู่ร้องทักว่านั่นจะไปวัดอีกแล้วหรือ ยายว่าไม่ต้องห่วงไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วถอดแว่นมาเช็ดมองไปที่หลานสาวคนโตเห็นเพียงรางๆว่าเป็นคนแต่เห็นหน้าไม่ชัด ดุจดาวอาสาจะไปส่งท่านเอง
“อย่าหยุดงานเด็ดขาดนะเดี๋ยวเขาไล่ออก”
ดุจดาวแค่ไปส่งตอนกลับให้ยายกลับเอง เด่นเดือนเป็นห่วงอาสาจะไปเป็นเพื่อน วันนี้เข้ากะเย็น ท่านร้องเอะอะว่าไม่เอาไม่อยากให้เป็นภาระใคร สองสาวรู้ดีว่าพูดไปก็เหนื่อยเปล่าจึงปล่อยให้ยายทำอย่างที่ต้องการ...
ทางด้านกฤตนัยกำลังขับรถจะออกจากบ้าน ทันใดนั้นมีรถคันหนึ่งมาจอดขวาง ธรณ์เทพลงจากรถพร้อมบอดี้การ์ดร่างยักษ์ กฤตนัยจำต้องลงจากรถมา
คุยด้วย ธรณ์เทพแจ้งความประสงค์ที่มาครั้งนี้ว่าพิพัฒน์ให้มาถามเขาว่ามีอะไรคืบหน้าเกี่ยวกับการค้นคว้า
หรือเปล่า กฤตนัยตัดสินใจฝากธรณ์เทพไปบอกพิพัฒน์ด้วยว่า
“ผมขอถอนตัวจากโครงการนี้ทั้งหมด ผมต้องการใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ผมคิดว่าผมเองไม่มีความสามารถมากพอเท่าที่โครงการนี้ต้องการ”
ธรณ์เทพถามหยั่งเชิงว่านำบุญมาพบกับกฤตนัยอีกหรือ เขาปฏิเสธว่าเปล่า ธรณ์เทพไม่ยอมให้ทิ้งองค์กรหันไปพยักพเยิดกับบอดี้การ์ดซึ่งเตรียมจะเข้าไปล็อกตัวเขาแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นตำรวจสายตรวจขี่มอเตอร์ไซค์มาที่ตู้แดงหน้าบ้านกฤตนัยเสียก่อน ธรณ์เทพกับบอดี้การ์ดจำใจล่าถอยกลับไป...










