ตอนที่ 4
กานดาเดินมากับนัธมนเห็นท่าไม่ดีเข้าไปกั้นกลาง กฤตนัยจ้องพิพัฒน์เขม็งบอกว่าจำหน้าพวกที่มันตามเก็บตัวเองได้ พิพัฒน์ปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องอะไรด้วย อย่าพูดเหมือนตนมีส่วนรู้เห็นด้วย ตำรวจได้ยินจะหาว่าเขาแจ้งความเท็จได้ กฤตนัยไม่มีอะไรจะพูดกับพิพัฒน์อีก เท่าที่จำได้เขาไม่เคยเชิญพิพัฒน์กับพวกมางานศพลูก
“เอาไว้ให้อารมณ์เย็นลงกว่านี้ค่อยคุยกันนะ” พิพัฒน์ยิ้มให้กฤตนัยอย่างสุภาพแล้วเดินไปขึ้นรถกับธรณ์เทพและฉัตรรัศมี กฤตนัยมองตามพยายามข่มอารมณ์เอาไว้ แล้วหันไปถามกานดาว่าเตชิตอยู่ไหน...
คนที่กฤตนัยถามถึงนั่งอยู่เพียงลำพังบนศาลาสวดศพที่ว่างเปล่า แขกเหรื่อกลับไปกันหมดแล้ว กฤตนัยเข้ามานั่งข้างๆ เขาหันมาเห็นก็ร้องทักว่ามาสาย กฤตนัยตั้งใจทำเพราะไม่สนุกที่ต้องมานั่งฟังพระสวดในงานศพลูกตัวเอง เตชิตคาใจทำไมถึงเลือกเก็บศพขวัญรัตน์ไว้ร้อยวัน แต่ศพกัญญาวีร์สวดสามวันเผาเลย
“สองศพพร้อมกันมันเศร้าเกินไป ขอบคุณที่รักลูกสาวผม...แหวนหมั้น” กฤตนัยส่งแหวนหมั้นคืนให้ เตชิตรับมามองๆพึมพำว่าจะให้เขาเอาไปใช้กับใคร กฤตนัยพูดเป็นนัยๆหากมีโอกาสอีกครั้ง เขาจะใช้มันไหม
“มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ” เตชิตมองรูปกัญญาวีร์ที่ตั้งไว้หน้าโลงศพ ยิ้มสดใสของเธอทำให้เขาหวนคิดถึงอดีต คิดถึงวันเวลาดีๆที่เขากับเธอมีด้วยกัน ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเศร้า...
คนที่เตชิตคิดถึงกำลังนอนอยู่ตามลำพังในห้องวิจัยของนำบุญ มีผ้าคลุมมาถึงไหล่เปลือยเปล่า ห้องปิดไฟมืด แต่ตัวเธอกลับเรืองแสง มีสายไฟระโยงระยางจากแหล่งกำเนิดพลังงานเข้ามาจุดต่างๆของร่างกาย แม้กัญญาวีร์จะนอนไม่ไหวติง แต่ดวงตาที่ปิดคล้ายกับมีน้ำตาซึมออกมา...
ฉัตรรัศมีทำหน้าที่พลขับโดยมีธรณ์เทพกับพิพัฒน์นั่งคุยกันอยู่เบาะหลัง พิพัฒน์ยังแค้นใจกฤตนัยไม่หาย แต่ยังจัดการอะไรมันตอนนี้ไม่ได้ ตำรวจตามประกบมันแจอยู่ ธรณ์เทพเชื่อว่ามันกำลังคิดทำอะไรบางอย่างแน่ๆ ฉัตรรัศมีจัดแจงเสนอหน้าจะเอาอย่างไรกับไอ้ด็อกเตอร์นั่นดี
“ไม่ต้องยุ่ง จัดการเรื่องซิมโทรศัพท์คืนมา ให้ได้ก่อน”
พิพัฒน์สงสัยซิมโทรศัพท์อะไร ฉัตรรัศมีหน้าจ๋อยกลัวโดนเขาเล่นงาน...
ฝ่ายสิตางค์ยังพยายามจะถอดรหัสเข้าไปเปิดข้อมูลในซิมนั้นให้ได้แม้จะยุ่งยากแค่ไหนก็ตาม
ooooooo










