ตอนที่ 8
กลุ่มของคิมหันต์ที่มีแสงฉาย ตาจุ้น และจอมเมืองหนีไปถึงชายแดนแต่ดันเจอสมุนของสิงขรตามมาทันและเกิดการปะทะกัน
พวกคิมหันต์กำลังเสียเปรียบเพราะสมุนของสิงขรมีอาวุธครบมือ แต่ยังนับว่าโชคดีที่ตาปลิวกับจำปูนซึ่งวนเวียนรอคอยคิมหันต์อยู่แถวนั้นเข้ามาช่วย ทำให้พวกมันต้องล่าถอยไป
ขณะนั้นสิงขรอยู่กับเรืองเดชอีกด้านหนึ่ง ต่างคิดว่าคมน่าจะผ่านเส้นทางนี้จึงหยุดรอ
“คมต้องผ่านมาทางนี้ใช่ไหม”
“ใช่ครับ ทางนี้เป็นเส้นที่จะเข้าชายแดนไทย ข้างหน้าก็เข้าเขตแดนไทยแล้ว”
“แล้วทำไมยังมาไม่ถึง ทั้งๆที่นำหน้าเรามา” เรืองเดชกระวนกระวาย สิงขรกังวลเป็นห่วงพราวฟ้า พูดโพล่งว่าชักไม่ดีเสียแล้ว
ในที่สุดเรืองเดชตัดสินใจกลับไปทางเดิมเพื่อตามหาพราวฟ้า ซึ่งขณะนั้นเมฆากับเนตรดาวก็กำลังพยายามค้นหาคมกันอยู่เหมือนกัน
“ทำไมไม่เจอคม” เมฆาบ่น
“นายพูดแบบนี้เป็นห่วงหรือคิดจะจับเขาล่ะ”
“ผมไม่ห่วงคนแบบนั้นหรอก” เมฆาปากแข็ง
ยังไม่ทันที่เนตรดาวจะพูดอะไรอีก มีกระสุนปืนพุ่งเข้าใส่ในระยะไกล เมฆากับเนตรดาวหาที่หลบพัลวัน
ที่แท้เป็นกลุ่มทหารของเชน มันดาหน้าเข้ามาแล้วยังมีอีกกลุ่มขับรถจี๊ปตามหลังซึ่งเชนนั่งอยู่ในนั้น
“นั่นเชน...มาได้ไงเนี่ย”
“อย่าไปรู้เลย มากันขนาดนี้อยู่ไปก็ได้ห่มธงชาติแน่ๆ”
พูดขาดคำ เมฆาเคลื่อนตัวหนีไปพร้อมเนตรดาว เชนลงจากรถแล้วนำทหารตามไล่ล่าไม่ลดละ เมฆาเห็นท่าไม่ดีให้เนตรดาวหนีไปก่อน
“แล้วนายล่ะ”
“ผมก็อยู่นี่ไง”
“อย่าบอกนะ นายจะเป็นพระเอกเสียสละให้นางเอกอย่างฉันหนีไปก่อน”
“เปล่า ไม่ใช่อย่างนั้น และคุณไม่ได้เป็นนางเอกด้วย หน้าตาไม่ผ่าน...ผมแค่อยากให้คุณล่อพวกมันออกไปสักหน่อย แล้วก็ซัดให้เรียบ ผมจะได้เบาแรง”
“เข้าใจแล้ว” เนตรดาวรับมุกแล้วแยกไปทำตามแผนของเมฆา ปรากฏว่าล่อหลอกพวกมันไปตายหลายคน ทำให้เมฆาเบาแรงได้จริงๆ
แต่แล้วสองคนก็ยังโดนเชนกับสมุนที่เหลือไล่บี้อยู่ดี สองคนวิ่งหนีมาหยุดที่หน้าผาน้ำตก เมฆาตัดสินใจหนีคมกระสุนพาเนตรดาวกระโดดลงไปยังผืนน้ำเบื้องล่าง เชนวิ่งมาเห็นร่างทั้งสองคนจมลงก็แสยะยิ้มพอใจ
“รอดก็เทวดาละวะ...ไปเอาศพมันขึ้นมา”
ทหารรับคำสั่งแล้วรีบไปจัดการ แต่การค้นหาผ่านไปสักพักก็ยังไร้วี่แววว่าจะเจอศพ สุดท้ายทุกคนกลับขึ้นมารายงานเชนว่า
“ไม่มีศพครับ”
“ทั้งสองคนเลยหรือ”
“ใช่ครับ”
“แน่ใจนะว่าค้นหาทั่วแล้ว”
“ครับผม” ทหารทั้งหมดยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน เชนนิ่งงันแต่นัยน์ตาดุดัน
ooooooo
พราวฟ้าโชคร้ายขณะออกไปหาน้ำให้คมแล้วเจอพรานป่าจะปลุกปล้ำ เธอกลัวสุดชีวิตกรีดร้องขอความช่วยเหลือ ทันใดนั้นเองมีกะเหรี่ยงสองผัวเมียพุ่งเข้ามาเล่นงานพรานป่า
“ไปซะ ข้าไม่อยากฆ่าพวกเดียวกัน”
พรานป่ากลัวปืนที่จ่อหัว วิ่งลนลานหนีไปไม่เหลียวหลัง พราวฟ้ายังไม่หายตกใจแต่ก็พนมมือไหว้สองผัวเมียอย่างสำนึกในบุญคุณ
จากนั้นพราวฟ้าพาสองผัวเมียมาดูคมที่หมดสติอยู่ในถ้ำ ชายกะเหรี่ยงบอกว่าเขาอาการหนักมาก แต่พอมีทางรักษาเบื้องต้นด้วยการใช้สมุนไพรที่ตนมี เสร็จแล้วต้องพาไปรักษาต่อที่บ้าน...
ขณะนั้นใกล้มืดค่ำเข้ามาทุกที กลุ่มของคิมหันต์หยุดพักค้างแรมใกล้ลำธารเพราะน่าจะหาอาหารประทังความหิวได้บ้าง










