ตอนที่ 4
ในขณะที่จักรินโทษโชคชะตาที่ดึงเทวัตเข้ามาใกล้ทั้งที่ต้องการกันเขาออกไปจากชีวิต วิจารณ์ยิ่งถูกชะตากับเทวัตมากขึ้น เพราะชีวิตของทั้งคู่ช่างคล้ายกันเหลือเกิน ท่านสูญเสียลูกสาวที่รักไป ส่วนเขาสูญเสียพ่อกับแม่
“แต่สำหรับท่านยังมีความหวังอยู่นะครับว่าลูกสาวจะกลับมาหาท่านอีก ส่วนผมน่ะหมดหวังที่จะได้เจอพ่อแม่แล้ว ผมถึงอยากเอาใจช่วยท่านครับ จะรีบเอาแบบบ้านนี้ไปแก้ไข ท่านจะได้สร้างบ้านทันวันที่คุณหนูเล็กกลับมา” คำพูดของเทวัตทำให้วิจารณ์มีกำลังใจขึ้นมาทันที จับไหล่เขาพลางขอบใจกับคำพูดดีๆของเขา ทั้งสองคนยิ้มให้กัน ต่างรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด...
หลังการพูดคุยจบลง อารยะสรุปว่าลูกชายของวิจารณ์ทั้งสามคนตัดสินใจจะฟ้องท่านให้เป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถและร้องขอต่อศาลเพื่อขอเป็นผู้พิทักษ์ท่าน จักรินยื่นข้อเสนอ
“ถ้าไม่อยากไปเจอกันในศาล คุณช่วยไปกราบเรียนคุณพ่อให้ทีสิว่าเรื่องนี้มันง่าย ถ้าคุณพ่อยินดีให้ผมเข้าไปดูแลท่าน พูดจาตกลงกันดีๆตามประสาพ่อลูก ผมยินดีจะยกเลิกการฟ้องร้องทุกอย่าง”
อารยะพูดอย่างไม่อ้อมค้อมว่าตัวเองเป็นทนายของวิจารณ์จะช่วยพูดแทนจักรินได้อย่างไร ในเมื่อตกลงกันไม่ได้ เหิมบอกให้อารยะเตรียมตัวรับหมายแล้วไปเจอกันที่ศาลได้เลย
ooooooo
ทันทีที่กลับถึงห้องพัก จักรินเครียดจัดที่ถูกโชคชะตาเล่นตลก ทนายในโลกนี้มีเป็นล้านๆคนทำไมพ่อของตนถึงจ้างทนายที่ดันเป็นเพื่อนรักของเทวัตมาสู้คดีกับตน เหิมเองก็เพิ่งรู้เรื่องนี้พร้อมๆกับเขา
“แล้ว...แล้วแกแน่ใจนะว่าไอ้เทวัตลูกเลี้ยงแกมันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ...”
“เฮ้ย ฉันบอกว่าไม่รู้ก็ไม่รู้สิ เทวัตมันเคยสนใจอะไรที่ไหนนอกจากเรื่องงานออกแบบบ้านของมัน”
“แต่ไอ้ทนายเพื่อนมันมาเจอแกเป็นทนายให้ฉันแบบนี้ มันต้องเอาไปเล่าให้ไอ้เทวัตฟังแน่ๆ”
เหิมเห็นท่าทางร้อนใจของจักรินต้องปลอบให้ใจเย็นๆอย่าเพิ่งร้อนตัวไป ถึงตนจะปิดปากอารยะไม่ได้แต่กับเทวัตตนปิดปากปิดหูปิดตามันด้วยบุญคุณได้แน่นอน จักรินย้ำไม่ว่าจะอย่างไรต้องกันไม่ให้เทวัตรู้จักกับพ่อของเขาเด็ดขาด...
เป็นอย่างที่จักรินคาดไว้ไม่มีผิด อารยะโทร.บอกเทวัตที่กำลังเดินมาขึ้นรถที่จอดอยู่ในบ้านวิจารณ์เรื่องที่เหิมเป็นทนายให้ลูกชายของวิจารณ์ เขาถึงกับร้องเอะอะอะไรจะบังเอิญได้ขนาดนั้น อารยะนัดให้เขามาเจอกันหน่อย










