ตอนที่ 4
วิจารณ์ไม่ถือสา ทุกวันนี้ท่านอยู่กับความจริงว่าลูกสาวของท่านยังหายสาบสูญอยู่แต่ก็ยังอยู่ได้เพราะยังมีความหวังว่าสักวันเธอจะต้องกลับมาหา แล้วชวนเทวัตให้ตามท่านมามีอะไรจะให้ดู...
จากนั้นไม่นาน วิจารณ์พาเทวัตมายังห้องนอนของใครบางคน มาหยุดยืนตรงหน้ารูปวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ของหญิงสาวในชุดไทยกำลังนั่งพับเพียบสีซอสามสาย
“นี่ไงหนูเล็ก ลูกสาวที่น่ารักของฉัน” วิจารณ์เสียงสั่นน้ำตาคลอคิดถึงลูกสาวจับใจ
การที่วิจารณ์พาเทวัตมาที่ห้องของหนูเล็กซึ่งยังคงสภาพไว้เหมือนเดิมทุกอย่างก่อนเธอจะหายตัวไป เพื่อให้เขาได้รู้จักเธอมากขึ้น จะได้รู้ว่าแบบบ้านเรือนไม้ที่ยังไม่สมบูรณ์ขาดอะไรไป นอกจากนี้ท่านเล่าประวัติคร่าวๆของลูกสาวให้ฟังว่าชอบซอสามสายมาก แถมมีพรสวรรค์สามารถสีเป็นเพลงได้เองโดยไม่ได้ไปเรียนจากที่ไหน ท่านกับประยงค์น้องสาวของท่านต้องการสนับสนุนเธอจึงพาครูเฉื่อยมาสอนสีซอให้ถึงบ้าน
ทั้งจักราชและจักรณพี่ชายคนโตกับคนรองไม่ได้ปลื้มที่น้องสาวมีพรสวรรค์ด้านนี้ มีเพียงจักรินเท่านั้นที่ชื่นชอบ เมื่อไหร่ที่เธอสีซอสามสาย เขาจะชมไม่หยุดปากว่าไพเราะเหลือเกิน
ด้วยความรักในเครื่องดนตรีชนิดนี้ทำให้หนูเล็กใช้เวลาฝึกฝนกับครูเฉื่อยไม่นานก็สามารถบรรเลงเพลงไทยเดิมได้หลายเพลง ทั้งเพลงเชิดนอก เพลงบุหลันลอยเลื่อนและเพลงนกขมิ้น การเล่าเรื่องราวของวิจารณ์เหมือนดึงเทวัตย้อนอดีตเข้าไปร่วมในเหตุการณ์ทำให้เขาได้ยินเสียงซอสามสายฝีมือเธอไปด้วย
“ทุกๆวันหลังกลับมาจากโรงเรียน หนูเล็กจะตั้งใจเรียนซอสามสายกับครูเฉื่อยจนสามารถเล่นซอสามสายได้อย่างคล่องขึ้น ไพเราะจับใจ ฉันไม่เคยลืมเสียงซอของหนูเล็กเลย เสียงนั้นยังคงดังอยู่ทั่วบ้านหลังนี้” น้ำเสียงของวิจารณ์อาวรณ์ยิ่งนัก เทวัตซึมซับความรู้สึกของท่านได้ พึมพำชื่อเพลงซอสามสายออกมาโดยไม่รู้ตัว
“เชิดนอก ทะแยสามชั้น บุหลันลอยเลื่อน นกขมิ้น”
“คุณรู้จักเพลงพวกนั้นด้วยเหรอ” วิจารณ์มองเทวัตแปลกใจ ชายหนุ่มยืนนิ่งเหมือนต้องมนตร์สะกด ท่านต้องเอื้อมมือไปแตะไหล่เรียก เขาถึงตื่นจากภวังค์ ท่านถามซ้ำว่ารู้จักเพลงซอสามสายพวกนั้นด้วยหรือ เขามองงงๆ
เพลงอะไรหรือ วิจารณ์ถึงกับร้องอ้าวก็ที่เขาพูดชื่อเพลงพวกนั้นออกมาเมื่อครู่นี้
“ผมพูดเหรอครับ” เทวัตครุ่นคิดหนักว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง พลันมีเสียงซอสามสายดังก้องในหู “คลับคล้ายคลับคลาว่าตอนเด็กๆผมเคยได้ยินเสียงเพลงเดี่ยวซอสามสายพวกนั้นน่ะครับ”










