ตอนที่ 4
“ได้ยินจากที่ไหน หรือว่าคุณแม่คุณเล่นซอสามสายเป็น” วิจารณ์มองคู่สนทนาอย่างสนใจ เขาส่ายหน้าสีหน้าหม่นหมอง ไม่ทราบว่าท่านเล่นเป็นหรือเปล่าเพราะพ่อกับแม่ของเขาตายตั้งแต่เขายังจำความไม่ได้ พ่อบุญธรรมเป็นคนเลี้ยงดูเขามาจนโต เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าท่านทั้งสองคนตายอย่างไร เขาเคยถามพ่อบุญธรรมแต่ท่านไม่อยากจะเล่าอะไรให้ฟังมากนัก เขาเองก็ไม่อยากกวนใจถามอะไรท่าน
“งั้นเหรอ ฉันเสียใจด้วยนะคุณ ฉันไม่น่าจะพูดสะกิดใจให้คุณคิดมากเลย”
“ไม่คิดมากหรอกครับท่าน เรื่องมันนานมาแล้วผมเองจำหน้าพ่อแม่ไม่ได้ด้วยซ้ำ”
วิจารณ์แปลกใจไม่มีรูปพวกท่านไว้ให้ดูต่างหน้าเลยหรือ เทวัตส่ายหน้าไม่มีเลยสักใบ เขาไม่เคยรู้เลยว่าหน้าตาพ่อกับแม่ตัวเองเป็นอย่างไร สีหน้าเศร้าสร้อยของเขาทำให้วิจารณ์สงสารจับใจ
ooooooo
ที่ห้องพักในโรงแรมหรูกลางกรุง จักรินตาแดงก่ำจากฤทธิ์เหล้า บ่นพึมพำว่าถ้าไม่ใช่เพราะซอสามสาย เรื่องเลวร้ายทุกอย่างคงไม่เกิดขึ้น ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเคียดแค้น โทษว่าที่ตัวเองต้องกลายเป็นฆาตกรฆ่าน้องสาวก็เพราะการเรียนซอสามสายของเธอนั่นเอง
ไม่นานนัก เหิมหิ้วกระเป๋าเอกสารเข้ามาในห้อง จักรินที่ยังหมกมุ่นกับเรื่องของหนูเล็กบ่นเสียงเครียดว่า
“ถ้าเลิกพูดถึงเลิกคิดถึงหนูเล็กซะ คุณพ่อกับฉันคงไม่ต้องมาเจอวิบากกรรมร่วมกันแบบนี้”
“ถ้าจะให้เลิกก็คงต้องรอจนกว่าพ่อแกตายโน่นแหละซึ่งก็คงอีกนานเพราะพ่อแกดูยังสุขภาพดีมาก”
จักรินคงไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่นยืนยันให้ฟ้องได้เลย เหิมยิ้มพลางตบกระเป๋าเอกสาร ตนเตรียมมาพร้อมแล้ว พี่ชายของเขาสองคนเซ็นเอกสารไว้ให้แล้วเหลือแค่เขาคนเดียวที่ยังไม่ได้เซ็น แล้วหยิบเอกสารจากกระเป๋ามาวางตรงหน้าจักรินพร้อมกับชี้จุดที่จะให้เซ็นชื่อซึ่งมีรายชื่อต่อจากที่พี่ชายสองคนของเขาเซ็นเอาไว้ก่อนหน้า เหิมบอกอีกด้วยว่านัดคุยกับทีมทนายของพ่อเขาที่ล็อบบี้ข้างล่าง
“ฉันจะไปดูมันด้วย อยากรู้ว่ากระดูกมันเบอร์ไหน สู้แกได้ไหม”...
เมื่อถึงเวลาตามนัด เหิมเดินนำจักรินลงมาที่ล็อบบี้ ต้องตกใจปนหนักใจเมื่อเห็นว่าทนายฝ่ายวิจารณ์คืออารยะเพื่อนสนิทของเทวัตนั่นเอง...










