ตอนที่ 10
ทรงวาดนิ่งคิดตาม แปะฮ้อถือโอกาสมอบบทเรียนสำคัญเตือนใจ
“คนที่ไม่หมั่นทบทวนข้อผิดพลาดของตัวเอง
จะรู้ตัวว่าผิดก็ต่อเมื่อทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว”
“จริงครับ...ถ้าคุณพ่อไม่ทำสิ่งที่ผิดพลาดหรือแก้ไขข้อผิดพลาดที่ทำไปแล้วเร็วกว่านี้ คนเก่งอย่างคุณพ่อก็คงไม่ต้องพบจุดจบแบบนี้ ตอนนี้อั๊วก็ได้แต่หวังว่า
การตายของคุณพ่อจะทำให้เขาสองคนหันมาจับมือกันได้...”
ooooooo
การตายของการันต์ทำให้ชาญยุทธกับพันเดชอ่อนท่าทีลง โดยเฉพาะพันเดชเลิกคิดจะชิงอำนาจกับพี่ชายคนละแม่ แต่ยังทำใจไปร่วมงานศพพ่อไม่ได้
ปิ่นมุกซึ่งมาช่วยทรงวาดในงานศพเห็นพันเดชแวบๆจึงตามไปคุยด้วย
“ฉันคงไม่กล้าก้าวก่ายเรื่องของคุณ แต่ฉันคิดว่าวิญญาณท่านการันต์คงดีใจที่คุณมาค่ะ”
“ใครจะมาดีใจกับลูกนอกคอกอย่างฉัน”
“ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่รักลูกหรอกนะคะ แค่แสดงออกต่างกันเท่านั้นเอง”
“เด็กเมื่อวานซืนอย่างเธอจะมาเข้าใจอะไร”
“คุณจะคิดยังไงก็เรื่องของคุณ แต่ถ้าเป็นฉันตอนนี้ฉันขอแค่ได้กราบศพพ่อเป็นครั้งสุดท้ายก็พอ”
พันเดชนิ่งคิดตาม ปิ่นมุกไม่ยอมแพ้คะยั้นคะยอ
“เข้าไปข้างในเถอะค่ะ ฉันคิดว่าวันนี้คงไม่มีใครไม่ยินดีต้อนรับคุณหรอก”
“อย่าเลย...ฉันเป็นส่วนเกินมานานแล้ว นานจนไม่มีทางรวมเป็นเนื้อเดียวกับพวกเขาได้อีกแล้วล่ะ”
จนแล้วจนรอดพันเดชก็ทำใจกราบศพพ่อไม่ได้ ไต้เกียวเห็นความอ่อนไหวของพันเดชตั้งแต่การันต์ตายจึงคิดหาทางโหมไฟแค้นระหว่างพี่น้องให้ลุกโชนอีกครั้งด้วยการซ้อนแผนส่งคนไปดักทำร้ายพันเดชที่วัด
ไต้เกียวคิดเสี้ยมให้พันเดชโกรธแค้นชาญยุทธจึงจ้างคนไปแทงพันเดชแล้วโยนความผิดให้ชาญยุทธ พันเดชไม่รู้เรื่องและคิดไม่ถึง เชื่อสนิทว่าชาญยุทธไม่ยอมจบ
“ฉันมันโง่เองที่คิดจะหยุดแค่นี้ ในเมื่อมันไม่หยุดฉันก็ไม่จบเหมือนกัน!”
พูดจบก็ผลุนผลันเข้าห้อง ทิ้งไต้เกียวให้มองตามด้วยแววตาสาแก่ใจ
“คุณจะจบตอนนี้ได้ยังไงล่ะคะ ผลประโยชน์ของฉันทั้งนั้น”
ทรงวาดไม่รู้เลยว่าสมรภูมิรบระหว่างชาญยุทธกับพันเดชจะไม่จบ มัวกลุ้มใจเมื่อปิ่นมุกบอกเรื่องเจอพันเดชที่วัดแต่อีกฝ่ายไม่ยอมเข้าไปกราบศพพ่อ
“ถ้าคุณพันเดชยอมไปกราบศพคุณพ่อทุกอย่างก็คงจะดีขึ้น...น่าเสียดาย”










