ตอนที่ 6
“ไม่ต้องกรวดน้ำให้แก้วดอก แก้วประสบพบสิ่งดีงามและจำเริญแล้ว”
“ไม่มีสิ่งใดจีรัง สรรพสิ่งล้วนไม่แน่นอน เอาฉันเป็นเยี่ยงอย่าง ฉันถูกเจ้ากรรมนายเวรเล่นงานหนักข้อต้องมาลงต่ำ ฉันไม่ท้อ เพราะฉันยังเชื่อในการทำความดี ความดีเป็นเกราะป้องภัย แลเชื่อสนิทใจว่านรกสวรรค์นั้นมีอยู่จริง”
แก้วดึงกะลาโยนทิ้ง “เจ้าค่ะ แก้วประสบสรวงสวรรค์เมื่อคืนค่ำ สุขล้ำเกินใดจะเปรียบ และอีกไม่กี่อึดใจ แก้วจะดำเนินไปพำนักที่วิมานเคียงคู่เทพบุตรเจ้าค่ะ...แลนรกก็อยู่ตรงหน้า”
อบแสร้งทำท่าร้อนรุ่มกลัวกระทะทองแดง กลัวยมบาล มิ่งทนไม่ไหวเอาฟืนไฟมาจ่อหน้าไล่สองน้าหลานกลับ แก้วหงุดหงิดใจที่มิ่งปกป้องพุดจีบทั้งที่เคยบอกว่ามีใจให้ตน
ในขณะที่เทพเสียใจกับการดื่มจนขาดสติของตัวเอง จึงตัดสินใจเก็บข้าวของจะไปอยู่ที่จวน เพราะไม่อยากสร้างความระคายใจให้คุณหลวงกับคุณเยื้อนที่แก้วขึ้นมาอยู่บนเรือน
ด้านแก้วกับอบหมายมั่นจะขึ้นไปอยู่บนเรือน จึงแจกจ่ายข้าวของผ้าผ่อนแก่พวกทาส และให้ความหวังบวบกับดีว่าจะให้ขึ้นไปรับใช้ตนบนเรือน ทั้งสองฝึกเรียกคุณแก้วกันใหญ่
“คุณแก้วจะเข้าหอมงคล ต้องแห่ให้สมเกียรติเมียหลวงเทพสุรเดชเจ้าค่ะ” ดีเสนอเอาใจ บวบกับพวกทาสเห็นด้วย แก้วทำเป็นพูดว่าเกรงจะเอิกเกริกเกินไป แต่รีบไปผัดหน้าแต่งตัว
บวบและดีร่ายรำนำขบวนทาสเคาะกลองร้องเพลง อบกางร่มให้แก้วในชุดสไบสวยงาม เมี้ยนและชดชะเง้อมองก่นด่าว่าเป็นพวกคางคกขึ้นวอ วันใดตกลงมาจะหัวเราะให้ฟันร่วง
ขบวนรอที่หน้าเรือน แก้วกับอบร้องเรียกเทพ เขาออกมาถามแก้วว่ามาทำไม อบสัพยอกว่าถามพิกล แก้วเป็นเมียก็ต้องขึ้นมาอยู่กับผัว พูดแล้วอบหัวเราะคิกกระดากปาก...
อยู่กับฉ่ำช่วยกันขนหีบลงจากเรือนมาวาง บุญแบกลังมาวางคู่ แก้วมองอย่างสงสัยว่าจะขนไปไหน
“คุณแก้วเจ้าขา คุณเทพจัดห้องหอรอรับเมีย ขนข้าวของเก่าออกไปให้เตียนโล่ง แล้วเอาเมียงามเข้าไปอยู่ จะวิ่งเล่นตอกเสาก็สำราญ...กระดากเจ้าค่ะ” อบสัพยอกหัวเราะชอบใจ
“แก้วเป็นเมียพี่เทพ แก้วอยากช่วยแบ่งเบาเจ้าค่ะ พวกน้าวางมือเถอะจ้ะ ห้องนอนของแก้ว แก้วจัดเองจ้ะ” แก้วบอกพวกอยู่แล้วจะเดินขึ้นเรือน เทพรั้งแขนไว้
“ฉันเตรียมการเก็บของไว้ มื้อหน้าฉันจะไปอยู่ที่อื่น”
“พี่เทพจะไปไหนล่ะจ๊ะ ห้องหอเราอยู่นี่ แก้วจะอยู่กับพี่เทพ” แก้วเข้าโอบกอด










