ตอนที่ 5
ตั้งแต่เกิดเรื่องเทพเอาแต่นั่งเศร้าไม่กินข้าวกินปลา อยู่กับฉ่ำหาวิธีจะเข้าปลอบแต่ก็ไม่กล้า บุญตัดสินใจเข้ามาแจ้งว่า บ่าวไพร่เตรียมขนย้ายข้าวของคุณหนูไปที่กระท่อมท้ายเรือน อยากให้เขาไปช่วยเกลี้ยกล่อมคุณหลวงให้ยกเลิกคำสั่ง
“พวกน้าอยู่เรือนมานานย่อมรู้ใจคุณหลวง พวกน้าย้อนใจเป็นคุณหลวง พวกน้าจะยอมฟังฉันรึ” อยู่กับฉ่ำเห็นจริง บุญจึงแย็บว่า
“กระผมคิดว่าคุณหนูรู้สึกไม่ต่างจากคุณเทพขอรับ กระผมรู้ดีว่าคุณเทพข้องใจในเหตุที่เกิดขึ้น เพียงแต่ไม่อาจแก้ข้อสงสัยได้”
“เอ็งจะพูดหวังผลใด เอ็งเลิกพล่ามเถอะ” เทพปราม
“คุณเทพให้พวกกระผมย้อนใจคิดแทนคุณหลวง คุณเทพ...แล้วเหตุใดคุณเทพมิย้อนใจเป็นคุณหนูบ้างล่ะขอรับ”
เทพอึ้งคิดตามคำพูดของบุญ เริ่มมีใจสงสารพุดจีบและคิดหาทางช่วย สั่งอยู่กับฉ่ำขึ้นไปดูแลรับใช้คุณหลวงบนเรือน...
คุณหลวงนั่งดื่มด้วยความเสียใจจนเมา แต่พอเห็นเจิมกับเรียมขนหีบผ้าของพุดจีบออกมาก็แปลกใจถามจะเอาไปไหน คุณเยื้อนตามมาบอกว่าจะขนไปให้ลูก คุณหลวงโวยไม่ต้องเอาไป
“คุณพี่เจ้าคะ ลูกพุดจีบไม่เคยตกทุกข์ได้ยาก อิฉันสงสารลูกพุดจีบ”
“แม่เยื้อนไม่ต้องเอ่ยชื่อนี้ให้ฉันได้ยินอีก! จิตใจใฝ่ต่ำก็จงใช้ชีวิตเยี่ยงทาส สไบอาภรณ์ก็ไม่ต้องใช้...เอาไปเผา!”
คุณเยื้อนไม่อาจต้านทานความโกรธของสามีจึงร้องไห้กลับเข้าห้อง เจิมตามไปรับใช้ เรียมหอบของไปเผาตามคำสั่งทั้งน้ำตานองหน้าสงสารคุณหนูของตนจับใจ...
มิ่งห่อข้าวของตัวเองด้วยเสื่อ หอบหิ้วจะเอาไปกระท่อมท้ายเรือน พุดจีบเดินออกมาในชุดผ้าแถบแบบทาส เรียมตามมาส่งโผกอดด้วยความสงสาร หญิงสาวปรามไม่ต้องเรียกตนคุณหนูอีก ตอนนี้ตนมีฐานะเท่าเทียม
“ไม่เจ้าค่ะ ไม่ว่าคุณหนูจะนุ่งห่มอะไร คุณหนูยังเป็นทูลหัวของบ่าวเจ้าค่ะ”
พุดจีบบอกมิ่งไปกันได้ เรียมจะช่วยขนของ พุดจีบห้ามเกรงจะโดนลงโทษ เรียมจำต้องยืนร้องไห้อยู่ตรงนั้น มองคุณหนูผู้เป็นที่รักเดินไปตกระกำลำบาก แต่พอเห็นพวกทาสซุบซิบนินทาก็หันไปเอ็ดให้สำนึกตัวกันบ้าง
มาถึงกระท่อม มิ่งให้พุดจีบนั่งพักรอตนเข้าไปทำความสะอาดข้างใน เจิมเดินตรงเข้ามาหาพุดจีบและยื่นพระพุทธรูปให้ หญิงสาวตื้นตันน้ำตาร่วงเผาะ
“คุณหนูของเจิมเกิดมามีบุญผิดแผกจากเด็กอื่น โตไม่ทันไรก็สวดมนต์อาราธนาศีลได้”
“ฉันมีบุญ แล้วทำไมฉันถึงต้องรับเคราะห์อยู่เนืองๆล่ะป้าเจิม”










