ตอนที่ 2
อรนภาได้ทีที่เป็นต่อแจ้นไปหาคุณจี๊ดทำเป็นเห็นใจขวัญอุมาว่าเขาไม่แฮปปี้กับเรื่องนี้เลย
คุณจี๊ดบอกว่าถ้าไม่แฮปปี้เขาก็ต้องมาบอกเพราะเล่นละครกันมาสามเรื่องแล้วและลูกปลาก็โทร.มาคุยทุกอาทิตย์มีอะไรต้องบอกแล้ว อรนภาติงว่าขวัญอาจเกรงใจเพราะคุณอาเคยพูดว่าเรื่องนี้เหมาะกับเขามาก
“บอกกับทุกคนเลย อ่านหนังสือปั๊บ หน้ายายขวัญลอยขึ้นมาปุ๊บ เรื่องนี้ไม่มีใครเหมาะเป็นโฉมเฉลาเท่าขวัญอุมาอีกแล้ว”
อรนภาสะอึก แต่ยังไม่ละความพยายาม ถามว่าคุณจี๊ดไม่คิดเปลี่ยนคนแสดงเป็นโฉมเฉลาหรือ
“ถ้าเขาเหมาะเราก็ต้องให้เขาเล่น” ปกป้องถามว่าไม่กลัวเขาป่วนเรื่องบทหรือ เพราะเขาบอกตลอดมาว่าไม่ใช่...ไม่ใช่ท่าเดียว คุณจี๊ดตอบอย่างมั่นใจว่า “ไม่ยากนะ เราก็ต้องทำให้เขาใช่! ให้ได้สิ”
อรนภาหมดหวัง สบตากับปกป้องเชิงบอกว่า
ยกนี้ให้ถอยก่อน
ฝ่ายขวัญอุมานับวันยิ่งเชื่อในความคิดของตัวเอง เธอวาดตัวละครและโยงความสัมพันธ์ของตัวละคร วิเคราะห์ให้ลูกปลาที่จำใจต้องนั่งฟังว่า
“พี่ลูกปลาดูนะ ตามบทที่ขวัญอ่านมา โฉมเฉลานี่เป็นเพื่อนกับพิมพ์แขตั้งแต่เด็ก เรียนหนังสือมาด้วยกัน
ที่บ้านนอก คนสองคนนี้อายุเท่าๆกัน จะอ่อนแก่กว่ากันก็ไม่เกิน 3 ปี”
ขวัญอุมาวิเคราะห์ว่าตอนที่โฉมเฉลาเรียนที่กรุงเทพฯก็มีชายหนุ่มคือธนกฤตที่เรียนจบ ม.8 ด้วยกันและต้องมีอายุพอๆกันตามมาอยู่ที่นี่เพื่อสอนหนังสือโรงเรียนเดียวกับโฉม ถ้าธนกฤตไม่รักโฉมจะตามมาทำไม ถ้าไม่อยากแต่งงานกับโฉม แต่ทำไมต้องมาสมคบกับโฉมไปหลอกปรานแต่งงานเพื่อเอาเงิน?
ลูกปลาพยายามแก้ต่างให้โฉมเฉลาเพื่อจะได้จบ ขวัญอุมาบ่นว่าตนอธิบายคอแทบแตกก็ไม่มีใครฟังว่า เรื่องจริงมันไม่ใช่อย่างนี้ มันเป็นอย่างนี้ไม่ได้ ลูกปลาแย้งว่าคนเขียนบทเขาเขียนตามนิยาย
“เวลานี้ฉันไม่สนใจนิยายแล้ว ฉันอยากรู้ความจริง”
ฟังความมุ่งมั่นของขวัญอุมาแล้ว ลูกปลาแทบหงายหลัง เพราะงานเข้าไม่หยุดแน่
ooooooo
ที่บ้านรมย์ฤดี...วันนี้ปภาคินจะไปโรงพยาบาลเพราะนัดหมอใหญ่ไว้ จึงขอยืมรถพ่อ ปพนบอกให้ตาสุขขับไปให้ แล้วสั่งบ่าวให้ไปบอกตาสุขเอารถออก










