ตอนที่ 10
“ผมลุ้นตั้งนานว่าเสี่ยจะเข้าใจหรือเปล่า ขอบคุณเสี่ยมากนะครับที่เข้าใจทุกอย่าง แต่ยังไงเสี่ยไม่ต้องห่วง ผมจะหาที่สวยๆมานำเสนอเสี่ย...งั้นผมกลับเลยนะครับ” พิธานพูดจบลุกออกไป วิชัยมองตามจากที่ยิ้มแย้มอารมณ์ดีสีหน้าเปลี่ยนเป็นร้ายกาจ
ooooooo
เนื่องจากไปตามดูแม่ด้วยตัวเองไม่ได้ อรจึงวานให้ลิซ่าไปทำให้ เธออุตส่าห์ซ่อนตัวอยู่แถวพุ่มไม้หน้าบ้านทับทิมแต่เจ้าของบ้านไหวตัวทันย่องมาด้านหลังถามว่ามาทำอะไรลับๆล่อๆหน้าบ้านตน ลิซ่าอึกอักพูดไม่ออก
“แม่อรส่งเธอมาสินะ”
“อุ๊ย คุณยายรู้ ฉลาดอ่ะค่ะ”
“เกินไป” ทับทิมเอ็ดเสียงเขียว ลิซ่าได้แต่ยิ้มแหยๆ
“คือคุณแม่เป็นห่วงคุณยายแต่ไม่กล้ามาก็เลยวานให้ลิซมาช่วยดูแต่เห็นวีนได้แบบนี้ ลิซก็สบายใจว่าคุณยายอยู่ได้ งั้นลิซลานะคะ สวัสดีค่ะ” ลิซ่ายกมือไหว้ แล้วจะไป ทับทิมร้องเรียกไว้มีเรื่องจะคุยด้วย จากนั้นพาเธอไปที่ห้องรับแขก ออกตัวว่าที่เรียกเธอเข้ามาคุยไม่ได้หมายความว่าท่านจะเปิดใจให้ ขอให้เข้าใจไว้ด้วย
“ค่ะ คุณยายอยากให้ลิซทำอะไร บอกมาได้เลยค่ะ”
“ฉันรู้ว่าเธอเรียนจบปริญญาโทสาขาดิจิทัลมาร์เกตติ้ง ฉันอยากให้เธอช่วยทำให้ร้านสเต๊กเฮ้าส์กลับมาเฟื่องฟูเหมือนในอดีตอีกครั้ง ร้านนี้ขาดทุนมานาน แต่เราก็พยายามที่จะประคับประคอง เพราะมันคืนความฝันของคุณสุเทพ แต่ภาวะเศรษฐกิจตอนนี้ทำให้ลูกค้าลดน้อยลงมาก จนบางวันก็แทบจะไม่มีและถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ร้านคงต้องปิดตัวลง คนงานหลายคนจะต้องตกงาน” ทับทิมนิ่งไปอึดใจก่อนจะพูดเพิ่มเติม
“ถ้าเธอทำให้ร้านฟื้นตัวขึ้นมาได้ ทุกคนที่นี่ก็จะต้องยอมรับในตัวเธออย่างไม่มีข้อแม้ เธอทำได้รึเปล่า”
“ได้ค่ะ ลิซทำได้แน่นอน”
“อย่าเพิ่งมั่นใจเพราะคำพูดมันไม่สำคัญเท่ากับการกระทำ”
“คุณยายคอยดูได้เลยค่ะเพราะคนอย่างลิซพูดคำไหนคำนั้น” ลิซ่าสีหน้าจริงจัง ขณะที่ทับทิมยิ้มพอใจ
ooooooo
ตั้งแต่รับปากกับทับทิมเรื่องปรับปรุงร้านสเต๊กเฮ้าส์ ลิซ่าง่วนอยู่หน้าจอแล็ปท็อปออกแบบหน้าเพจของร้านสเต๊กเฮ้าส์เพื่อให้ดึงดูดลูกค้า ดลเดินเข้ามาพร้อมถาดใส่นมร้อนสองแก้ววางที่โต๊ะทำงาน
เธอขอความเห็นจากเขาแบบที่ตัวเองออกไว้เป็นอย่างไร แล้วลุกขึ้นให้เขามานั่งแทนที่ เธอโน้มตัวลงมาดูหน้าจอข้างๆเขา บอกว่าต้องการให้มันดูซัมเมอร์ๆ มองแล้วสบายตาสีสันสดใส
ดลมองลิซ่าที่ใบหน้าห่างไม่ถึงคืบไม่ได้สนใจเพจ “อื้อ มองแล้วสบายตา สดใสมาก”
ลิซ่ามองสบตาเขาจมูกเกือบชนกัน “หมายถึงหน้าเพจ”
“หมายถึงหน้าคุณ” ดลเขี่ยจมูกเธอเล่นเบาๆ แล้วดึงตัวมานั่งตัก ลิซ่าตกใจร้องเอะอะนั่นคิดจะทำอะไร เขาเห็นเธอนั่งหน้าจอมาหลายชั่วโมงแล้ว ควรจะพักบ้าง หยิบแก้วนมส่งให้ บอกว่าเพิ่งอุ่นร้อนๆ นมสดๆจากฟาร์มของเรา เธอรับไปถือไว้ ส่วนเขาหยิบนมอีกแก้วมาชนกับแก้วของเธอแล้วยกจิบ
“ว่าแต่คุณไหวแน่นะ เรื่องที่คุณยายขอ”
“ไหวอยู่แล้ว สบายมากคุณไม่ต้องห่วง ฉันต้องทำให้ได้เพื่อที่คุณยายของคุณจะได้ยอมรับฉันเข้าไปอยู่ในหัวใจและคุณกับฉันจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป” ลิซ่ากระดกนมแก้วมีคราบนมติดริมฝีปาก ดลมองยิ้มๆ
“มองหน้าแล้วยิ้มหมายความว่าไง”
“ปากคุณเลอะนม ผมเช็ดออกให้” ดลยื่นมือไปเช็ดคราบนมให้แล้วจะจูบ เธอเอามือขวาง
“หยุดเลยค่ะ เดี๋ยวฉันทำงานไม่เสร็จ”
“ก็ได้ เพื่ออนาคตของเรา”...
ทางด้านรินนั่งยิ้มอยู่หน้าจอแล็ปท็อปใจลอยไปถึงตอนที่รถติดหล่ม แล้วหมอหมีมาช่วยเธอไว้จากคนเมา ครั้นตั้งสติได้ต่อว่าตัวเองว่ายิ้มอยู่ได้ เดี๋ยวได้เป็นบ้าแน่ๆ สะบัดหัวไล่ความคิดนั้นทิ้ง เปิดแล็ปท็อปเข้าเฟซบุ๊ก เห็นหน้าเพจด็อกเตอร์เลิฟของหมอหมีเด้งขึ้นมาพร้อมกับข้อความ “วันนี้คุณได้บอกรักใครแล้วหรือยังครับ”
รินไล่อ่านคอมเมนต์ต่างๆ บางรายก็ยุฝ่ายหญิงที่แอบรักแอบชอบฝ่ายชายแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร
ให้บอกรักเขาก่อนไปเลย สมัยนี้หาชายแท้ยาก ถ้าปล่อยให้หลุดมืออาจขึ้นคานตลอดชีวิต ก็เห็นด้วย ตัดสินใจพิมพ์ข้อความลงไปโดยใช้ชื่อว่า “พริตตี้”
“ฉันแอบชอบเพื่อนของพี่ชายค่ะ แอบชอบมานานเป็นสิบปีแต่เขาไม่รู้นะคะ ฉันคิดว่าจะทำใจเลิกชอบเขาได้ แต่ที่ไหนได้ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าชอบเขามากกว่าเดิม เฮ้อ จะทำยังไงดี” รินแอบถอนใจไปด้วย หมอหมีในคราบด็อกเตอร์เลิฟตอบกลับมาว่าอะไรทำให้เธอมั่นใจว่าเธอชอบเพื่อนพี่ชายคนนั้นมากกว่าเดิม










