ตอนที่ 14
ฝ่ายหนูดีตอบตัดเชือกวศินไปแล้วกลับมาก็ไปนั่งร้องไห้คนเดียว วัฒน์สงสารน้องอดคิดถึงที่เคยคุยกับหนูดีไม่ได้...
ครั้งนั้นเขาเคยถามหนูดีว่าจะตอบคำถามอะไรพี่อ้น หนูดีบอกว่าพี่อ้นให้หนูดีตัดสินใจเรื่องแต่งงานและหนูดีจะตอบตกลง ตอนนั้นวัฒน์ติงว่า
“แต่หนูดีไม่ได้รักพี่อ้นนี่”
“รักหรือไม่รักตอนนี้มันไม่สำคัญสำหรับหนูดีอีกแล้วล่ะค่ะ...ถ้าหนูดีปฏิเสธการแต่งงานก็เท่ากับเราจะต้องคืนเงินกับของหมั้นที่ฝ่ายพี่อ้นให้มาแล้วเราจะมีคืนเขาหรือคะ”
“เรื่องนั้นพี่กำลังหาทางช่วยหนูดีอยู่” หนูดีถามว่ายังไง? “หนูดีฟังพี่นะ ถ้าเราจับได้ว่าพี่อ้นทำผิดต่อหนูดี อย่างเช่น พี่อ้นมีผู้หญิงอื่นระหว่างที่หมั้นกับหนูดี เราก็สามารถขอถอนหมั้นได้โดยไม่ต้องคืนเงินสินสอดทองหมั้นพวกนั้นไง”
“หนูดีทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะพี่วัฒน์...ถึงพี่อ้นจะทำผิดกับหนูดีจริงๆ หนูดีก็ยึดเอาเงินของเขามาไม่ได้ค่ะ เพราะมันไม่ใช่เงินของเรา...ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ หนูดีก็จะหาเงินไปคืนพี่อ้นค่ะ”
วัฒน์พึมพำอย่างผิดหวัง หนูดีบอกว่า “หนูดีตัดสินใจแล้วค่ะ พี่วัฒน์อย่าพูดอีกเลย หนูดีไปนะคะ”
เวลานั้นวัฒน์ได้แต่มองหนูดีอย่างกลุ้มใจ และวันนี้เมื่อหนูดีตัดสินใจตอบรับแต่งงานกับอ้น วัฒน์ได้แต่เสียใจ ขอโทษหนูดี โทษว่าหนูดีต้องลำบากอย่างนี้ก็เพราะตนไม่เอาไหน หนูดีบอกว่าไม่ใช่ความผิดของพี่วัฒน์ กระนั้นวัฒน์ก็ยังรู้สึกผิด บอกหนูดีว่า
“แต่ถ้าพี่ไม่เป็นแบบนี้ หนูดีก็คงไม่ต้องลำบาก พี่ขอโทษจริงๆ”
พูดแล้วดึงหนูดีเข้าไปกอด หนูดียิ้มทั้งน้ำตากับความรักและห่วงใยของพี่ชาย...
เวลาเดียวกันที่มุมเปลี่ยวแห่งหนึ่ง สุดาวรรณเอารูปของทนายสมชาติให้ม้าเหล็ก สั่งเหี้ยม
“จัดการตามที่สั่งให้เรียบร้อย อย่าให้พลาด”
“ครับคุณสุ” ม้าเหล็กรับรูปสมชาติไปดูด้วยสายตาพิฆาต!
ooooooo
ลลิดาได้อยู่ที่บ้านวศินสมใจ ก็พยายามทำตัวเป็นแม่บ้านแม่เรือนเอาใจวศินจนเกือบจะแย่งงานจ้อ สาวใช้ที่ดูแลโต๊ะอาหาร จนจ้อบอกว่าให้ตนทำเถอะ เดี๋ยวพ่อเลี้ยงเห็นจะดุตน
“ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันแค่อยากดูแลพ่อเลี้ยงเป็นการขอบคุณ พ่อเลี้ยงไม่ว่าเธอหรอก”
จ้อถอนใจ แต่พอหันไปก็ร้อง อ้าวพ่อเลี้ยง? ลลิดาหันไปยิ้มหวาน แต่เห็นวศินกับอินทัชเดินมาพร้อมกระเป๋าเดินทางก็ถามว่า “จะไปไหนกันเหรอคะ?”
“ผมจะกลับเชียงรายครับ พอดีมีธุระด่วน
ต้องกลับไปจัดการ” ลลิดาถามว่าแล้วตนล่ะ? “คุณลิดาอยู่ที่นี่จนกว่าจะสบายใจได้เลยครับ”
ลลิดาส่ายหน้าถามตัดพ้อว่าตนจะอยู่ได้ยังไงถ้าไม่มีพ่อเลี้ยง วศินบอกว่าอยู่ได้ ตนอนุญาต แล้วฝากจ้อให้ดูแลคุณลิดาด้วย พอวศินจะไปเพราะกลัวไม่ทันเครื่อง ลลิดาก็ขอว่าให้ตนไปทำงานด้วยได้ไหม วศินนิ่ง ลลิดาก็รบเร้าเว้าวอน...
“นะคะพ่อเลี้ยง ยังไงตอนนี้ลิดาก็ตกงาน จะกลับไปทำงานที่โรงแรมของพ่อคุณก็ไม่ได้แล้ว คุณให้ลิดาไปทำงานด้วยนะคะ”
ลลิดาออดอ้อนจนวศินใจอ่อนยอมให้ไปด้วย แล้วบอกอินทัชให้จัดหาตำแหน่งว่างที่สาขากรุงเทพฯให้คุณลิดาด้วย พออินทัชรับคำ ลลิดาก็รีบบอกว่าตนกลัว ไม่อยากทำงานที่กรุงเทพฯ
“ถ้างั้นให้คุณลิดาไปทำงานที่สาขาภาคใต้ก็ได้นะครับพี่วศิน”
อินทัชเสนอ วศินว่าก็ดี ลลิดาพยายามจะแย้งอีก แต่อินทัชรู้ทันตัดบทว่า
“ถ้าไม่ทำที่สาขากรุงเทพฯหรือสาขาภาคใต้ก็ไม่มีตำแหน่งให้ทำแล้วครับคุณลิดา ที่อื่นเต็มหมดแล้วจริงๆ”
ลลิดาจำต้องรับ วศินชวนอินทัชรีบไปกันเดี๋ยวไม่ทัน ลลิดามองตามอย่างผิดหวัง เครียด กำมือแน่น ซ้ำจ้อยังพูดให้ยิ่งเจ็บใจว่า
“กับข้าวคุณเป็นม่ายแล้วล่ะค่ะ”
วันเดียวกันนี้...ขณะทนายสมชาติถือของพะรุงพะรังมาเปิดประตูจะขึ้นรถ ม้าเหล็กกับลูกน้องที่ซุ่มอยู่ก็พุ่งเข้าประชิดตัวทันที
“คุณเป็นใคร!” ทนายสมชาติตกใจ ม้าเหล็กไม่ตอบแต่เอาปืนมาขู่ว่า
“ถ้าไม่อยากตายก็ทำตามที่สั่ง!!!...เข้าไปนั่งด้านหลังเร็ว!!”
ทนายสมชาติกลัวจนหน้าซีดตัวสั่นรีบเข้าไปตามมันสั่ง ม้าเหล็กตามไปนั่งประกบทันที แล้วลูกน้องม้าเหล็กก็อ้อมไปขึ้นทางคนขับ ขับรถออกไปอย่างเร็วโดยไม่มีใครรู้
ooooooo
วศินกับอินทัชกลับไปถึงเชียงรายแล้วอองตองวิ่งไปกระโดดกอดวศินร้อง “คุณพ่อกลับมาแล้ว”
อังกาบได้ยินเสียงอองตองเดินออกมาทักว่านึกว่าจะยังไม่กลับ แม่เตรียมจะไปเยี่ยมแตนกับอองตอง วศินถามว่าแตนเป็นยังไงบ้าง อังกาบบอกว่าหน้าตาดีขึ้นเยอะแล้ว อีกไม่กี่วันหมอคงให้กลับบ้านได้แล้ว
“แล้วน้าหนูดีล่ะคะ กลับมาด้วยรึเปล่า” อองตองมองหาไม่เห็นหนูดีถามขึ้น
“เปล่าค่ะ”
วศินหน้าสลด อองตองถามว่าน้าหนูดีจะตามมาเมื่อไหร่
“น้าหนูดีคงไม่มาที่นี่อีกแล้วล่ะค่ะ”
อังกาบดูจากสีหน้าวศินแล้วนึกรู้ประสาผู้ใหญ่ว่าคงมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างสองคนแน่ อองตองถามประสาเด็กว่าทำไมน้าหนูดีไม่มาอีก วศินบอกว่าน้าหนูดีงานยุ่ง อองตองหน้ามุ่ยบ่นว่า
“อองตองคิดถึงน้าหนูดีจัง”
“ถ้าคิดถึงเอาไว้วันหลังเราก็ตามพ่อไปเยี่ยมน้าหนูดีกันดีไหม”
อองตองยิ้มดีใจ อังกาบถามวศินว่า
“ทำไมรีบกลับล่ะลูก จัดการธุระทางโน้นเรียบร้อยแล้วเหรอ”
“ครับ เรียบร้อยหมดแล้ว อีกอย่างผมมีนัดกับคุณเรือนแก้วด้วยน่ะครับ”
เพียงสิ้นเสียงวศิน เสียงเรือนแก้วก็แจ๋ขึ้น “ฮัลโหล...พ่อเลี้ยงกลับมาถึงบ้านรึยังคะ”
ทุกคนหันมอง เรือนแก้วนวยนาดเข้ามายกมือไหว้อังกาบ วศินหันบอกอังกาบว่า
“พอดีคุณเรือนแก้วพาทีมงานมาถ่ายโปรโมตการท่องเที่ยวน่ะครับ”










