ตอนที่ 14
ครู่หนึ่งลลิดาออกมาชวนวศินที่ยืนรออยู่ ชวนไปกันเถอะ อ้นรีบตามออกมาเรียกลลิดาบอกว่าต่อจากนี้เราจบกัน ไม่มีอะไรต้องยุ่งกันอีก ลลิดามองด้วยสายตาเหยียดหยามพูดเย้ยว่า
“เหรอคะ งั้นก็รู้เอาไว้ด้วยว่าลิดาจบตั้งแต่ที่พี่อ้นคิดฆ่าลิดาแล้วล่ะค่ะ”
“ส่วนแก” อ้นจ้องหน้าวศิน “แกอย่าคิดว่าเอาชนะฉันได้ทุกเรื่องล่ะ รออีกแค่วันเดียวเท่านั้น แค่วันนี้วันเดียว!!”
“คุณหมายความว่ายังไง”
อ้นไม่ตอบแต่เดินยิ้มกวนประสาทออกไป ลลิดาบอกว่าพี่อ้นเขาก็เป็นแบบนี้แหละ อย่าไปสนใจเลย แต่วศินก็ยังคิด ไม่สบายใจ
สุดาวรรณยังอยู่ในห้องกับสรวิชญ์ พยายามอ้อนวอนอย่าปลดอ้นออกเลย แต่สรวิชญ์ยืนยันว่าตนทำไม่ได้ เพราะเธอกับอ้นทำลายความเชื่อใจตนหมดแล้ว สุดาวรรณอ้างว่าตนทำเพื่อความมั่นคงของลูก
“ไม่ว่าคุณจะมีเหตุผลอะไร แต่คุณก็ไม่ควรทรยศครอบครัว คุณสุ คุณรู้ไหมว่าคุณกำลังทำร้ายลูก คุณสอนลูกให้เป็นโจร...ผมหวังว่าคุณจะรู้สึกผิดจริงๆ แล้วปรับปรุงตัวเองใหม่นะ”
สรวิชญ์บอกสุดาวรรณให้ออกไปได้แล้วตนมีเรื่องจะคุยกับทนายสมชาติ พอสุดาวรรณออกไปทนายสมชาติที่รออยู่ก็เข้ามา
สรวิชญ์ถามทนายสมชาติเรื่องโอนหุ้นมรดกส่วนของคุณแม่ไปให้วศินไปถึงไหนแล้ว ทนายบอกว่าใกล้เสร็จแล้ว สรวิชญ์บอกให้จัดการให้เรียบร้อย บอกเพิ่มเติมว่า
“ผมอยากเปลี่ยนให้วศินเป็นผู้จัดการมรดกหลังจากผมตายไปแล้ว ช่วยจัดการด้วย”
สุดาวรรณที่ยังแอบฟังอยู่หน้าห้องตกใจสุดขีด พอเดินออกจากหน้าห้องสรวิชญ์เท่านั้นก็กดโทรศัพท์ หาม้าเหล็ก สั่งหน้าเครียดเสียงแค้น
“ฉันมีงานด่วนให้แกทำ!!”
ooooooo
อ้อกำลังคุยกับพนักงาน เห็นวศินเดินมากับลลิดาก็รีบไปหาถามลลิดาอย่างตื่นเต้นว่าหายไปไหนมาตนติดต่อไม่ได้เลย
วศินชิงบอกว่าตนให้ลลิดาไปช่วยงาน อ้อถามว่าเจอคุณพ่อหรือยัง ลลิดาบอกว่าเจอแล้ววันนี้ตั้งใจมาพบท่าน อ้อถามอีกว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ลลิดาบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วไม่ต้องเป็นห่วง
เมื่อเดินออกมา ลลิดาถามวศินว่าทำไมไม่บอกเรื่องคุณสุดาวรรณกับอ้อ?
“ลูกทุกคนมีพ่อแม่ตัวเองเป็นแบบอย่างไม่เรื่องใดก็เรื่องนึงเสมอ ผมไม่อยากให้น้องอ้อรู้สึกผิดหวังกับแม่ตัวเอง”
“พ่อเลี้ยงนี่นึกถึงแต่ความรู้สึกของคนอื่นนะคะ ไม่เหมือนพี่อ้นเลยที่คิดถึงแต่ตัวเอง”
ลลิดาเจ็บปวดเมื่อนึกถึงอดีตที่อ้นทำกับตน วศินกุมมือเธอไว้อย่างเห็นใจ บอกว่า
“อย่าให้ความเจ็บปวดในอดีตมาทำลายปัจจุบันและอนาคตเลยครับ วันนี้คุณต้องก้าวผ่านมันให้ได้”
ลลิดายิ้มอย่างมีกำลังใจ วศินยิ้มให้ด้วยความ ปรารถนาดีกับเพื่อนของน้องสาว...
แต่ทั้งหมดนี้ ถูกอ้นแอบถ่ายรูปไว้หมดแล้วส่งไปให้หนูดีทันที
หนูดีกำลังเดินเข้าบ้าน ได้ยินเสียงข้อความมือถือจึงเปิดดู เห็นรูปวศินกับลลิดาที่อ้นแอบถ่าย ส่งรูปแล้วอ้นโทร.คุยกับหนูดี ถามว่า
“เห็นรูปแล้วใช่ไหมคะหนูดี”
“แล้วไงคะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหนูดีนี่” อ้นบอกว่าดีแล้ว ถามว่าแล้วหนูดีมีคำตอบให้ตนหรือยัง “ค่ะ หนูดีพร้อมจะตอบแล้ว ถ้าพี่อ้นว่าง อีกชั่วโมงไปเจอกันที่ร้านประจำของพี่อ้นไหมคะ”
“ได้ค่ะ แล้วเจอกัน”
วัฒน์ที่เดินผ่านมาได้ยินหนูดีคุยกับอ้นจึงแอบฟัง พอหนูดีวางสายก็เข้าไปถาม
“หนูดีจะตอบคำถามอะไรพี่อ้น บอกพี่ได้ไหม?”
“พี่อ้นจะให้หนูดีตัดสินใจ...เรื่องแต่งงานค่ะ”
“แล้วหนูดีตัดสินใจว่ายังไง” วัฒน์มองหน้าหนูดีอย่างลุ้นรอคำตอบ แต่หนูดียังคงนิ่ง...
ooooooo
พอวศินพาลลิดากลับถึงบ้าน อินทัชรีบเดินมาหาพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ของตนให้บอกว่าสายจากคุณวัฒน์โทร.หาเขาไม่ติดเลยโทร.มาที่ตน
พอวศินรับโทรศัพท์มาก็โดนวัฒน์ด่าทันที “ไอ้บ้า!! ปิดเครื่องทำไม”
“เมื่อกี้ผมมีคุยเรื่องสำคัญเลยปิดเครื่องแล้วลืมเปิด...คุณวัฒน์มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ฟังให้ดีๆ...ตอนนี้หนูดีกำลังจะไปตอบตกลงแต่งงานกับพี่อ้น...ถ้านายไม่อยากให้หนูดีแต่งงานกับพี่อ้น ก็ไปจัดการซะ เดี๋ยวจะส่งโลเกชันไปให้ รีบเลย ก่อนนายจะเสียหนูดีไปตลอดชีวิต”
วางสายแล้ววศินเครียด อินทัชถามว่ามีอะไรเหรอ วศินไม่ทันตอบก็มีเสียงไลน์ดังขึ้น เขารีบเปิดดูเป็นโลเกชันร้านอาหารที่วัฒน์ส่งมาให้ พออ่านไลน์แล้ววศินวิ่งออกไปเลย จนอินทัชงง แปลกใจ
หลังจากวัฒน์ส่งข่าวให้วศินแล้วก็ลุ้น “หวังว่านายจะเปลี่ยนใจหนูดีได้นะวศิน”
วศินขับรถไปอย่างเร็ว เสียงอินทัชในอดีตดังขึ้นเหมือนเตือนเขาว่า
“ถ้าพี่ไม่บอก คุณหนูดีจะรู้ไหมว่าพี่รู้สึกยังไงกับเขา”
คิดแล้วยิ่งเร่งเครื่องเหมือนกลัวจะไม่ได้บอกความรู้สึกของตัวเองกับหนูดีอย่างที่อินทัชเตือน
ร้านอาหารที่หนูดีกับอ้นนัดพบกันนั้นบรรยากาศดี มีทางเดินสวยงามก่อนถึงตัวร้าน หนูดีมาถึงแล้วมองเข้าไปในร้าน พลางก็คิดถึงอังกาบที่พูดถึงวศินให้ฟังว่า
“วศินน่ะ...เขาพยายามทำตัวเองให้ดีขึ้นเพื่อให้เหมาะสมและมีคุณค่าเท่าเทียมกับหนูนะ”
คิดแล้วยิ้มเศร้า มองแหวนหมั้นที่นิ้ว พึมพำ “ขอโทษนะนายสาคู วันนี้คนที่ไม่คู่ควรเป็นฉันต่างหาก!”
วศินตะบึงรถมาราวกับเหาะจนใกล้ถึงร้านแต่ยังไม่ทันใจ ได้แต่ลุ้น “คุณหนูดีรอผมก่อน”










