ตอนที่ 9
“ฉันจะโกหกแกให้มันได้อะไรเล่า ฉันเองตั้งแต่ห่างออกมาก็มองเห็นอะไรต่ออะไรชัดขึ้น เวลานี้พูดกับอ้ายผิงฉันเหมือนพูดกับใครไม่รู้ไม่ใช่น้องที่น่ารักคนเดิมแต่เก่งกว่าเดิมร้อยเท่า มีอำนาจเหนือทุกคนแม้แต่อาม้าก็ฟังเขา...แกอาจไม่เชื่อนะส่งไห้แต่มันเป็นเรื่องจริง...แล้วแกไม่เห็นว่าเขาเปลี่ยนแปลงบ้างหรือ”
คำถามของเสียนทำให้ส่งไห้พูดไม่ออก เสหลบตาจนเสียนจับสังเกตได้ ดักคออย่างรู้ทัน
“แกไม่ตอบก็ไม่ต้องตอบ ฉันรู้ว่าแกเสียใจมากเหมือนฉันตอนนี้ไง”
ส่งไห้อ้าปากจะถามแต่เสียนก็โพล่งออกมาเสียก่อน “ฉันไม่ได้ข่าวลูกเมียฉัน โทร.ไปไม่เคยติด มันเป็นไปไม่ได้ เม่ยหลานไม่มีทางเป็นแบบนี้ ฉันโทร.หาอ้ายผิงก็ไม่รับ ฉันอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“เขาคงจะยุ่ง”
เสียนส่ายหน้าไม่เชื่อ “มันคงแกล้งน่ะสิ...เดี๋ยวนี้มันแผนสูงแกไม่ทันมันหรอก มันหลอกคนอื่นได้แต่ไม่ใช่ฉัน...ฉันมันเซียนพนันมีเหลี่ยมมีคูเหมือนกัน”
“ให้เครดิตน้องแกบ้างฟังเสียน”
“ฉันดูตาแกก็รู้ว่ายังรักเขาอยู่ แกคงไม่เชื่อที่ฉันพูดนักหรอก”
คำพูดแทงใจดำของเสียนทำให้ส่งไห้เถียงไม่ออก เจ็บหนึบในอก กระนั้นก็กระหายอยากรู้เรื่องอ้ายผิง
“เขาติดต่อแกบ้างหรือเปล่า...”
ooooooo
สุ้ยไถ่วางสายจากอ้ายผิงได้ก็กลับไปให้ความสนใจเรื่องซุนหลิง ฟานไปตามที่ห้องเด็กสาวตามสั่งแต่ไม่พบแม้แต่เงา สุ้ยไถ่หงุดหงิดมากคิดว่าเด็กสาวขัดคำสั่งออกไปไหนไม่บอก แต่ลางสังหรณ์บางอย่างก็กระซิบบอกเขาว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากลเลยสั่งคนเตรียมรถไปบ้านเช่าของหง
ส่งไห้ลืมเรื่องซุนหลิงในฐานะคุณหนูคนใหม่ตระกูลปึงไปแล้ว วุ่นวายซักไซ้เรื่องอ้ายผิงจากเสียน
เสียนได้ยินชื่อน้องสาวคนโตก็ชักสีหน้า ยอมเล่าให้ฟังแบบเสียไม่ได้ “มันคุยกับไอ้ผู้จัดการทรงพลไม่ก็ไอ้หัวหน้าคนประจำเรือที่ชื่อลีมากกว่าฉันเสียอีก ฉันไม่รู้ว่ามันรู้เรื่องการบริหารทางนี้ได้ยังไง”
ส่งไห้นิ่วหน้าก่อนตัดสินใจถามเรื่องสำคัญ
“เสียน...แล้วน้อง...เอ่อ...อ้ายผิงเขาไม่เล่าเรื่องที่บ้านแกให้ฟังเลยหรือ”
เสียนส่ายหน้าเซ็งๆ “เปล่า...มันคงเห็นว่าฉันรู้ทุกอย่างแล้วละมัง อาปาก็เหมือนเดิม ม้าก็ออดๆแอดๆ ไฉไปทำงาน เน้ยไปเรียน ตัวมันก็แต่งตัวสวยไปเที่ยวกับสุ้ยไถ่”
“แสดงว่าแกไม่รู้เรื่องเลย”
“เรื่องอะไรที่ฉันไม่รู้ไหนบอกมาซิ”
“เรื่องซูเจ็งกับฟังไฉ อ้ายผิงไม่ได้เล่าให้ฟังหรอกหรือ”
ชื่อของน้องชายคนรองกับน้องสาวคนเล็กทำให้เสียนหน้าเจื่อน ย้อนถามเสียงเบา
“พวกเขาเป็นอย่างไรกันบ้าง”
“แกต้องทำใจไว้หน่อยนะเสียน...”










