ตอนที่ 9
“ใช่เธอจริงๆ”
“คุณหนูฟังรอดจากอุบัติเหตุเรือโดยสารล่ม เธอถูกเอาตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลแต่อาการไม่กระเตื้องหมอโซวเลยรับตัวไปรักษาต่อที่คลินิกพิเศษของเขาโดยมีใบอนุญาตจากญาติคุณหนูฟัง”
“ญาติอ้ายผิง...ใคร! อ้ายผิงเขาไม่มีญาติที่นั่น”
“คนที่บ้านหมอโซวเขาอ้างว่าเป็นพี่สาวคุณหนูฟัง...แม่เขาเป็นเมียน้อยของเจ้าสัวฟัง”
“น้าหง...แม่ซุนหลิงน่ะหรือ”
“ไม่ใช่ครับ...แต่เป็นนางเหมยแม่ของเจียอิง!”
ooooooo
ชื่อเหมยกับเจียอิงทำให้สุ้ยไถ่อ้าปากค้าง เกือบลืมแล้วด้วยซ้ำว่าสองแม่ลูกถูกไล่ออกจาก บ้านอันซินเพราะอะไร และนั่นก็น่าจะเป็นแรงผลักที่ดีให้ใครสักคนก่อเรื่องกับตระกูลฟัง
สุ้ยไถ่พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวและเริ่มเชื่อเป็นครั้งแรกว่าอ้ายผิงที่เขาเจอทุกวันนี้คือตัวปลอม และนั่นก็สอดคล้องกับข้อสันนิษฐานของเหลียง
“หมอโซวเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่ง เขาอุปการะแม่ลูกคู่หนึ่งซึ่งเป็นเมดของโรงพยาบาลโดยให้มาอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ด้วย แต่ต่อมาลูกสาวก็หายตัวไปเหลือแต่แม่...จุดนี้แหละที่ผมสงสัย...เป็นไปได้ไหมว่าคนที่หายไปมาปรากฏตัวที่กรุงเทพฯเป็นคุณหนูอ้ายผิงอีกคน โดยผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้าจนเหมือนเป็นคนเดียวกันเพื่อจุดมุ่งหมายบางอย่างแต่บุคลิกนิสัยกลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ”
ข้อสันนิษฐานของเหลียงน่ากลัวจนขนลุก
สุ้ยไถ่ไม่อยากเชื่อแต่ก็ต้องยอมรับเพราะเหตุการณ์ต่างๆเข้าเค้าโดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงของอ้ายผิงที่ทำให้เขาแปลกใจได้ไม่หยุดหย่อน
“หมอคนนั้นมีฝีมือขั้นเทวดามากแม้แต่ฉันยังถูกหลอกได้ง่ายๆ”
“นายคนใหญ่จะเอายังไงต่อ”
“ก่อนที่เราจะโทษใครสุ่มสี่สุ่มห้าเราต้องหาหลักฐานให้ได้เสียก่อน”
“ผมเกรงว่าถ้าเรามัวแต่หาหลักฐานทุกอย่างมันอาจจะสายเกินไปนะครับ”
เหลียงเตือนด้วยความหวังดี สุ้ยไถ่เข้าใจแต่ก็ยังแอบมีความหวัง
“เฮียเหลียง...เพื่อเราจะไม่ต้องเสียใจทีหลังและเพื่อความถูกต้องฉันจะพิสูจน์เองว่าเขาเป็นตัวจริงหรือปลอม”
“หึๆ...เหมือนกันขนาดนั้นเนี่ยนะ”
“ใช่...หน้าตาคนเรามันอาจจะเหมือนกันได้แต่รอยนิ้วต่างหากที่จะพิสูจน์ได้ว่าเขาคืออ้ายผิงหรือเจียอิง”
“นายจะทำยังไง”
“เป็นหน้าที่ฉันเอง!”
ooooooo
สุ้ยไถ่ทุ่มสุดตัวเอาตัวเข้าแลก ตีสนิทอ้ายผิงที่เขาเชื่อว่าเป็นตัวปลอมเพื่อขโมยลายนิ้วมือ
เช่นเดียวกับส่งไห้น้องชายฝาแฝดที่ปลอมตัวเป็นคนงานขึ้นเรือไปหาหลักฐาน
เหลาไท่เห็นสภาพหนวดเคราเฟิ้มและรอยสักตามตัวหลานชายคนเล็กก็อดอึ้งไม่ได้ อยากห้ามแต่คิดว่าคงไม่มีประโยชน์ ส่งไห้ยืนกรานใช้แผนนี้เพราะอยากพิสูจน์ตัวเอง
“ถ้าเรามัวแต่สืบ...กี่เดือนกี่ปีถึงจะรู้ วิธีนี้เป็นวิธีดีที่สุด”










