ตอนที่ 9
สุ้ยไถ่โกรธมาก กัดฟันกรอดที่เด็กสาวในอุปการะต้องเจอเรื่องแบบนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า
“มันมากไปแล้ว...เขาไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนี้
ป้อเจ๊...ไปถามอาเก้าทีว่ามีกุญแจสำรองไหม...รอเดี๋ยวนะซุนหลิง”
ป้อเจ๊รีบทำตามสั่ง ซุนหลิงไม่ยอมขอร้อง
เขาเสียงอ่อน
“นายคนใหญ่...ฟังนะคะ...อย่าทำให้เป็น
เรื่องใหญ่...แค่รู้ว่าฉันอยู่นี่ก็พอแล้ว พี่อ้ายผิงคงไม่โกหกเรื่องที่เขาจะปล่อยฉันหรอก แต่ถ้าเขารู้ว่านายคนใหญ่มานี่...บางทีฉันอาจไม่มีโอกาสเข้ามารักษาอาปาอีก...ได้โปรดเถอะค่ะ...กลับไปก่อน ฉันไม่เป็นอะไรหรอก เขาไม่ได้ทุบตีหรือทารุณ...ไม่ต้องห่วง”
สุ้ยไถ่หงุดหงิดมากสวนเสียงเข้ม “ทำไมจะไม่ต้องห่วง...เธออยู่ในนั้นข้าวปลาได้กินบ้างหรือยัง อาเก้าบอกที่เธอขึ้นมาเพราะเธอเป็นห่วง
เซียะเนี้ยแล้วดูเขาทำกับเธอสิ!”
ooooooo
ท่าทีเป็นเดือดเป็นร้อนของสุ้ยไถ่ทำให้ซุนหลิงคลายความน้อยเนื้อต่ำใจเพราะคำพูดอ้ายผิงเมื่อเช้า ชุ่มฉ่ำในหัวใจอย่างบอกไม่ถูกที่เขาเป็นห่วงเป็นใย เก้ากระย่องกระแย่งขึ้นมาชั้นสองพร้อมป้อเจ๊ สุ้ยไถ่รีบบอก
“ซุนหลิงถูกขังในห้อง...อาเก้ามีกุญแจไหม ซุนหลิงไม่ได้กินอะไรเลย”
“อั๊วมีแต่กุญแจบ้าน กุญแจห้องข้างบนอยู่กับคุณหนูใหญ่หมด”
“งั้นเราก็เปิดประตูไม่ได้น่ะสิ ซุนหลิง...เธอหิวข้าวไหม”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ...ถ้าหิวฉันก็กินน้ำในห้องน้ำได้”
ป้อเจ๊ถอนใจยาวเป็นห่วงซุนหลิงไม่น้อย
เช่นเดียวกับเก้า “อั๊วเตือนแล้วเชียวว่าอย่าขึ้นมายุ่ง มันไม่ปลอดภัย คุณหนูใหญ่เปลี่ยนไปมาก อั๊วเห็นมาตั้งแต่เด็กยังงงว่าทำไมเป็นคนอย่างนี้”
สุ้ยไถ่ส่ายหน้าเซ็งๆ แก้ต่างแทนซุนหลิงอย่างอดไม่ได้
“เขาห่วงเซียะเนี้ย...นิสัยเขาเป็นอย่างนั้น
ต่อให้คนที่ร้ายที่สุดกับเขาเขาก็ลืมได้ง่ายๆถ้าคนนั้นมีอันตราย”
เก้ากับป้อเจ๊มองหน้ากันเครียดๆ จำได้ดีถึงความโหดร้ายและใจดำของเซียะเนี้ย ทั้งยกเลิกค่าเล่าเรียนและทุบตีซุนหลิงกับซุนเหมยตั้งแต่เด็ก กระนั้นเด็กสาวใจงามอย่างซุนหลิงก็ไม่นึกโกรธแถมขึ้นมาดูแลอย่างไม่รังเกียจ
เซียะเนี้ยที่ได้กินมื้อเช้าที่หวาเอามาให้
แต่ไม่ได้กินยาเพราะหวาลืมได้ยินทุกอย่างโดยบังเอิญ เมื่อไม่มีฤทธิ์ของยากล่อมประสาทก็ทำให้เธอมีสติและกำลังวังชามากขึ้นอย่างน่าแปลกใจ
ซุนหลิงไม่รู้ว่าเซียะเนี้ยแอบได้ยิน พร่ำขอร้องสุ้ยไถ่กับคนอื่นๆ “อย่าห่วงฉัน...ไปกันให้หมดเถอะ ฉันไม่อยากให้พี่อ้ายผิงกลับมาเห็น เดี๋ยวฉันจะเข้าบ้านนี้ลำบาก...ฉันห่วงอาปา...กลับไปเถอะ”










