ตอนที่ 4
ส่งไห้อดประชดประชันไม่ได้เพราะยังเคืองพี่ชายฝาแฝดเรื่องอ้ายผิง สุ้ยไถ่ถอนใจเหนื่อยหน่ายก่อนยื่นปืนพกกระบอกเล็กให้ “เอาไปด้วย...ระวังความปลอดภัยของเหลาไท่ให้ดี อย่าชะล่าใจ อย่าประมาท อย่าวางใจใคร”
“นายคิดมากไปแล้ว พกไปให้เกะกะน่ะสิไม่ล่ะ...คนอย่างฉันไม่พกปืน!”
พูดจบก็ผละหนี ทิ้งสุ้ยไถ่ให้มองตามด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเฝ้าดูเงียบๆ กระทั่งเช้าวันต่อมาตอนเดินส่งเหลาไท่ขึ้นรถไปสนามบินจึงได้แสดงอาการอีกครั้ง
เหลาไท่เข้าใจความรู้สึกหลานชายคนโตแต่ไม่อยากพูดมาก ได้แต่กำชับทิ้งท้าย
“ย่าลงไปตรังขอให้ถือเป็นความลับนะตาใหญ่ ไม่ควรจะมีใครรู้ไปมากกว่าย่ากับใหญ่และน้อย”
สุ้ยไถ่รับปากก่อนเดินไปหาน้องชายฝาแฝดที่รออีกด้านของรถ
“ดูแลเหลาไท่ดีๆล่ะ”
“ฉันต้องดูแลเหลาไท่ด้วยชีวิตอยู่แล้ว เพราะชีวิตฉันไม่เหลือใครแล้วนอกจากเหลาไท่...นายน่าจะรู้ดี”
“ชีวิตฉันก็ไม่มีใครที่สำคัญไปกว่าเหลาไท่กับนาย...นายก็จำเอาไว้ด้วย!”
เหลาไท่กับส่งไห้เดินทางไปตรังแล้ว เช่นเดียวกับเสียนที่ถูกพาตัวไปสำนักงานใหญ่ที่นั่น ทรงพลพนักงานประจำสาขามาต้อนรับพร้อมแนะนำลี ผู้จัดการคนใหม่อย่างเป็นทางการ เสียนงงเพราะไม่รู้มาก่อนว่าอาโป้ย ผู้จัดการคนเก่าไม่อยู่แล้ว ทรงพลไม่อยากถูกซักไซ้เลยตัดบทว่าโป้ยมีปัญหาเรื่องสุขภาพเลยลาออก
เจียอิงในคราบอ้ายผิงสาแก่ใจที่เสียนไม่อยู่เป็นก้างขวางคอ ที่เหลือก็แค่บงการให้ไฉแก้ปัญหาเรื่องเงินที่ยักยอก ส่วนเรื่องการเงินอื่นๆเธอจะคุยกับวิจัยหัวหน้าฝ่ายเอง
สุ้ยไถ่ลอบสังเกตการณ์ในบริษัทเงียบๆโดยมีวิจัยหัวหน้าฝ่ายบัญชีกับเหลียงคนสนิทช่วยเป็นหูเป็นตา ซุนหลิงไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ได้แต่อยู่บ้านในฐานะคุณหนูคนใหม่ตระกูลปึง กระนั้นก็อยากรู้เหตุผลที่เหลาไท่กับส่งไห้ลงไปตรังจนต้องแอบถามจากฟานแม่บ้านเก่าแก่
“เอ...เจ๊ฟาน...เหลาไท่ลงไปใต้กับนายน้อยทำไมหรือ”
“เห็นว่าบริษัทเดินเรือทางนั้นมีปัญหา”
“เรื่องอะไรกันล่ะเจ๊”
“ฉันก็ไม่รู้ละเอียดหรอก มันเป็นเรื่องของเจ้านายเขาน่ะ เราเป็นเด็กก็ทำหน้าที่ของเราไป ไปยุ่งมากไม่ดี...แต่ฉันน่ะสงสารนายน้อย นี่คงหาเรื่องไปพักใจไกลๆเพราะอกหักจากพี่สาวคนสวยของเธอนั่นแหละ คุณหนูอ้ายผิงกับนายคนใหญ่ก็ช่างใจร้ายใจดำทำกับนายน้อยได้ลง เฮ้อ...เกลียดจริงเชียว”










