ตอนที่ 12
วันรุ่งขึ้นอาทิตย์และตำรวจชั้นผู้ใหญ่อีกหลายนายเรียกประชุมทีมปฏิบัติการล่าพรายดำ
แต่แล้วจู่ๆบนจอขนาดใหญ่ในห้องประชุมก็ปรากฏตราสัญลักษณ์พรายดำพร้อมเสียงของวังเฟยหลง
“สวัสดีทุกท่าน ผมมั่นใจว่าทุกท่านคงยังไม่หายตื่นเต้นจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่ผมอยากเรียนให้ทราบว่าเหตุการณ์แบบนี้คงจะไม่เกิดขึ้น ถ้าตำรวจไม่สร้างปัญหาให้ผมด้วยการส่งคนมาทำลายห้องทดลองและฆ่าคนของผมก่อน เพราะอย่างนี้ไง ผมจึงจำเป็นต้องตอบโต้ และผมอยากขอเตือนอีกครั้ง ถ้าตำรวจยังไม่เลิกตอแยกับองค์กรพรายดำ ความสูญเสียที่ตามมาจะยิ่งมากกว่านี้ จนพวกท่านนึกไม่ถึงเลยทีเดียว...ทุกท่านคงรู้ดีแล้วว่าผมพูดจริงและทำจริง ไม่ใช่แค่ขู่ ถ้าไม่เชื่อก็ลองดู”
แล้วภาพบนจอก็ดับวูบไป ทั้งห้องประชุมมีแต่ความเงียบ สีหน้าทุกคนเคร่งเครียดและกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างยิ่ง
ooooooo
วังเฟยหลงไม่ใช่แค่ขู่ แต่ออกประกาศไปทั่วด้วยการตั้งค่าหัวทั้งเชิดวุธ พราน และแจ๊สมินคนละหนึ่งล้านดอลลาร์ ใครก็ตามที่ฆ่าสามคนนี้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด เงินจำนวนนั้นจะเป็นของผู้นั้นทันที
สนธยาตกใจมากเมื่อรู้จากศรศิลป์และแจ๊สมิน แต่สงสัยว่าประกาศนี้ส่งไปถึงใคร?
“สมาชิกองค์กรพรายดำทุกคน รวมไปถึงนักฆ่าทั่วโลก”
สนธยาร้อนใจมาก กลับเข้ามาบ่นกับพ่อว่าตนเป็นห่วงเชิดวุธ
“เกิดอะไรขึ้นอีกเหรอ”
“พวกพรายดำตั้งค่าหัววุธ จากนี้เป็นต้นไปจะมีคนนับไม่ถ้วนที่ต้องการฆ่าเขาเพื่อเงินรางวัล”
“แต่เราจะทำอะไรได้ล่ะ ตัวเราเองก็ยังไม่ปลอดภัยจากพวกนั้นเลย”
“สนจะไปหาวุธ ไปขอให้เขาลาออกจากการเป็นตำรวจ แล้วไปให้พ้นจากที่นี่”
“เป็นไปไม่ได้หรอก คนอย่างเชิดวุธไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ”
“ค่ะ สนรู้ดีว่าวุธเป็นยังไง แต่สนมีวิธีที่จะทำให้เขายอมทำตาม”
“สนจะทำยังไง”
“สนจะให้สิ่งที่เขาอยากได้มากที่สุดเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน”
สนธยาตัดสินใจแน่วแน่ แต่พอเธอจะก้าวขาออกจากบ้านก็ต้องหยุดชะงักกับเสียงเรียกของศรศิลป์
“สนธยา...คุณจะไปไหน”
“ฉันมีเรื่องสำคัญต้องไปพูดกับเชิดวุธ”
“ถ้าเรื่องข่าวดีที่ว่าเขาถูกพวกพรายดำตั้งค่าหัว ผมไปบอกให้ก็ได้”
“ไม่ใช่แค่นั้นหรอกค่ะ”
“ไม่ใช่แค่นั้น แล้วมันแค่ไหนกันล่ะ”
“ตอนนี้ฉันชักแน่ใจแล้วว่ามันจะคุ้มกันไหม ถ้าต้องสูญเสียคนที่เรารักไป แลกกับการได้ต่อสู้กับบางสิ่งบางอย่าง”
“ไม่ว่ายังไงก็ตาม ผมยังยืนยันคำเดิม ถ้าคุณก้าวออกไปจากที่นี่ ผมจะไม่รับรองความปลอดภัยของคุณอีกต่อไป”










