ตอนที่ 4
“เขมต้องค่อยๆบอกแม่ค่ะไม่อยากให้ท่านผิดหวัง เพราะแม่เครียดเรื่องคุณพ่อมามากแล้ว เขมไม่อยากให้แม่เสียใจ เขมถึงยังให้ใครรู้เรื่องของเราไม่ได้ จนกว่าเขมจะคุยกับแม่เรียบร้อยแล้ว ถ้าพี่หมอคิดว่าที่เขมพูดมาพี่หมอไม่โอเครอเขมไม่ได้ พี่หมอจะกลับไปหาพี่พิมพ์ก็ได้ค่ะ ถ้าคนที่เขมรักสองคนลงเอยมีความสุขเขมก็มีความสุขค่ะ” เขมจิราบีบน้ำตาร้องไห้ อานนท์เห็น
แล้วใจอ่อนเชื่อหมดใจว่าเป็นเรื่องจริง จับมือเธอมากุมไว้
“โอเคครับคนดี อย่าร้องไห้สิพี่เข้าใจแล้ว ทีนี้น้องเขมจะให้พี่ทำอย่างไรก็บอกมา”
เขมจิราขอแค่เขาไม่ยุ่งกับพี่พิมพ์ก็พอ เธอหึงเขา อานนท์รับปากอย่างปลื้มปริ่ม...
ขณะที่เขมจิราหลอกล่อจนอานนท์เชื่อใจ เอมอรกลุ้มใจเรื่องคลิปหลุดของลูก ครั้นเจอหน้าก็ซักเป็นการใหญ่ว่าเขากับพิมพ์ชนกไปถึงไหนกันแล้ว เขาขอร้องแม่
อย่าไปเชื่อทุกอย่างในเน็ต เขากับเธอไม่มีอะไรกัน นั่นเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด เธอหกล้มเขาแค่เข้าไปช่วย บังเอิญมีคนแอบถ่ายรูปไปลงก็เท่านั้น
“แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผู้หญิงอย่างพิมพ์ชนกให้เป็นเพื่อนผมยังไม่เอาเลย”
ริสาเห็นพิมพ์ชนกหิ้วถุงใส่ของใบใหญ่เข้ามา อยากคุยกับเธอเรื่องอานนท์จึงชวนออกไปกินข้าวเที่ยงข้างนอก เธอไปด้วยไม่ได้ต้องรีบไปทำธุระ ริสาสงสัยว่าธุระอะไร เธอจึงชวนริสาไปดูให้เห็นกับตา
ธุระของพิมพ์ชนกคือเอาผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่ สำลีกับแอลกอฮอล์ไปให้ยายกับตาที่ตึกแถวเก่าโทรมไม่ห่างจากโรงพยาบาลนักและมาทำกายภาพให้ตาที่เพิ่งผ่าตัดสะโพกเพราะยายไม่มีปัญญาพาตาไปทำกายภาพที่โรงพยาบาล ริสามองเธออย่างชื่นชม แล้วเข้าไปช่วยเธอทำกายภาพให้ตา...
มัวแต่ไปทำกายภาพทำให้หมดเวลาพัก ริสากับพิมพ์ชนกจึงรองท้องด้วยแซนด์วิชหนึ่งชิ้นกับนม
คนละกล่อง ริสาสงสารที่เธอต้องเยี่ยมตาทุกเที่ยงไม่มีเวลาพักจึงอาสาจะไปทำหน้าที่นี้สลับกับเธอคนละวัน...
ระหว่างทางกลับวอร์ด เอกรัฐปรี่เข้าไปหาพิมพ์ชนกมีเรื่องจะคุยด้วย ริสารู้งานขอตัวเข้าไปก่อน เขาแจ้งกับเธอว่าเจอตัวคนที่สะกดรอยตามเธอและคอยโทร.มาป่วนแล้ว ปรากฏว่าเป็นคนงานต่างด้าว
เพื่อนของเขาที่เป็นตำรวจตามสืบจนรู้ที่อยู่ แต่นายจ้างของมันบอกว่ามันกลับประเทศไปแล้ว ลองติดต่อไปที่เบอร์โทร.นั่นพบว่าปิดไปแล้ว เอกรัฐแต่งเรื่องเป็นตุ เป็นตะทั้งที่ความจริงแล้วเขาเป็นคนจ้างชายต่างด้าวคนนี้ไปซื้อเบอร์มือถือเดิมของพีทมาให้ ถึงได้รู้เรื่องของมันดี แล้วถามว่ามันยังมารังควานเธออีกไหม
“ตั้งแต่วันที่พิมพ์ขู่ว่าจะแจ้งตำรวจ เขาก็ไม่ส่งดอกไม้หรือข้อความมาอีกเลยค่ะ”
“งั้นผมว่านายนี่คงกลัวแล้วหนีไปแล้วล่ะครับ”










