ตอนที่ 9
อีกมุมหนึ่งในห้องโถงวรรณพรไม่พอใจที่ปวีณไม่ยอมเซ็นเช็คหนึ่งแสนบาทสำหรับบริจาคเพื่อให้เธอได้หน้า เขาอ้างต้องเก็บเอาไว้หมุนเวียนในบริษัท ขอร้องเธอเพลาๆการใช้จ่ายเงินลงบ้าง เธอกล่าวหาว่าที่เขาไม่ให้เงินเพราะจะเก็บไว้ให้นังบัว แล้วมาหวงเอากับเธอ ปวีณรำคาญถ้าพูดจาหาเรื่องแบบนี้ก็อย่าพูดเลยจะดีกว่าแล้วเดินหนี วิภูษาเดินเข้ามาพอดี วรรณพรฟ้องลูกทันที
“ดูสิมาให้แม่ประหยัดใช้เงิน พ่อแกน่ะหลงอีบัวจนลำเอียง คอยดูนะพรุ่งนี้อีบัวมันต้องตกกระป๋องเพราะทำให้พ่อแกหน้าแหก อับอายคนทั้งบริษัท”
วิภูษาขอไปด้วยอยากเห็นนังนั่นเสียหน้า วรรณพรไม่ให้ไป เราตกลงกันแล้วว่าลูกต้องไปเฝ้าพี่พีเอาไว้แล้วถามว่าเขาหายไปไหน เธอชี้ไปนอกบ้านเขากำลังคุยงานกับลูกน้องอยู่ในรถ...
พงศ์ระพีไม่ได้คุยงานอย่างที่วิภูษาว่า แต่แอบไปหาบัวที่กำลังนั่งชิงช้าอยู่ในสวน ต่อว่าเธอที่มีผู้ชายมารุมขายขนมจีบให้ถึงหน้าบ้าน บัวนึกอยากแกล้งเขาจึงรับสมอ้าง
“แหมมันก็ต้องบริหารเสน่ห์บ้างตามประสาสาวสวยรวยคุณค่า”
“ฉันนึกว่าเธอจะรู้จักคุณค่าของตัวเองซะอีก แต่นี่เปล่าเลย เธอมันก็แค่เด็กวัยรุ่นที่ทำตัวไร้สาระไปวันๆ”
“ก็ฉันคือดอกหญ้าไม่ใช่ดอกบัวที่ต้องมีคุณค่าให้ใครมาบูชายกย่อง ขอบคุณที่อุตส่าห์เดินมาเตือน ฉันซาบซึ้งใจความห่วงใย แต่ก็ไม่น่าจะต้องด่ากันขนาดนี้” บัวเดินน้อยใจน้ำตาคลอจากไป พงศ์ระพีไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมต้องโมโหขนาดนี้ด้วย ครั้นเธอกลับถึงห้อง ตรงไปยังอัฐิเก็บกระดูกกล้า
“ตา...เป็นพยานด้วยนะต่อไปนี้บัวจะไม่พูดไม่มองหน้าไม่ยุ่งไม่สนใจไม่ชอบนายพงศ์ระพีอีก ตัดขาดกันไปเลย มีอย่างที่ไหนมาหาว่าบัวทำตัวไม่มีค่า ไร้สาระ แล้วไอ้ที่บัวตั้งใจเรียน ช่วยงานคุณปวีณ เขาไม่เคยมองเลย อีตาโรคจิต” บ่นจบบัวไปหยิบเสื้อจากในตู้เอามาคลุมแจกันดอกหญ้าที่พงศ์ระพีซื้อให้จะได้ไม่ต้องเห็นอีก
ooooooo
ถึงวันพิสูจน์ว่ายารักษาแผลสดสูตรของกล้าได้ผลจริงหรือเปล่า แต่บัวกลับแกล้งป่วย วรรณพรหาว่าเธอปอดแหกไม่กล้าไปเพราะรู้แก่ใจดีว่ายาดังกล่าวไม่ได้ผลอย่างที่คุย บุกเข้าไปถึงห้องของเธอโดยไม่เกรงใจเจ้าของบ้านอย่างจิตรา กระชากบัวให้ลุกจากที่นอนเพื่อไปพิสูจน์ยาบ้าบอของกล้า
“โอ๊ย ฉันเดินไม่ไหว อยากชนะก็ชนะไปเลยฉันยอมแพ้”
“ไม่ได้ แกต้องไปกับฉัน”
ปวีณที่เดินตามขึ้นมาขอร้องวรรณพรอย่าไปยุ่งกับบัวในเมื่อเธอไม่สบายก็ปล่อยให้เธอนอนพัก วรรณพรพุ่งไปหยิบโถเก็บอัฐิกล้าเดินออกจากห้อง บัวตกใจร้องลั่นจะเอากระดูกตาของตนไปไหน เอาคืนมา แล้ววิ่งตามวรรณพร ปวีณถึงกับอึ้งที่เห็นลูกไม่ได้เป็นอะไร...
ในเวลาต่อมาวรรณพรเดินถือโถเก็บอัฐิกล้ามาที่ห้องโถงของบริษัทตำรับไทย โดยมีปวีณกับบัวที่เดินหน้าง้ำตามมา วรรณพรนิ่วหน้าแปลกใจที่เห็นพงศ์ระพีนั่งรอท่าอยู่ ถามว่าไม่ไปทำงานหรือ ปวีณรีบบอก ว่าเป็นคนขอให้เขามาช่วยเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ด้วย แล้วหันไปขอโทษเขาที่มาช้า










