ตอนที่ 9
ฝ่ายวรรณพรได้ยินเสียงรถแล่นมาจอด วิ่งไปชะเง้อมอง เห็นพงศ์ระพีกำลังลงจากรถ รีบกลับมานั่งที่โซฟา ทำหัวยุ่งๆแล้วซบหน้ากับพนักโซฟาเหมือนหลับอยู่ เขาเดินเข้ามาในบ้านเห็นวรรณพรร้องถามว่าไม่สบายหรือเปล่าถึงมานั่งซบหน้าอยู่ตรงนี้ เธอทำปรือตามอง ก่อนจะร้องเอะอะ
“ตายล่ะ นี่แม่หลับไปตั้งแต่เมื่อคืนหรือ คืองี้จ้ะแม่มานั่งรอพีทั้งคืนก็เลยเผลอหลับไป”
“ขอโทษนะครับที่ผมไม่ได้กลับบ้าน พอดีงานมันติดพันก็เลยต้องอยู่จนโต้รุ่ง ไม่คิดว่าคุณแม่จะรอ”
“ไม่เป็นไรจ้ะ แม่แค่อยากขอโทษเรื่องยัยวิ คิดๆแล้วก็เสียใจ แม่ผิดเองที่ไม่เคยขัดใจยัยวิจนทำให้กลาย เป็นเด็กโมโหร้าย เวลาโกรธก็คุมสติไม่ได้เลย แม่จะทำยังไงกับยัยวิดี ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัวใจ” วรรณพรบีบน้ำตาคร่ำครวญ พงศ์ระพีนั่งลงข้างๆจับมือเธอไว้อย่างปลอบโยน วิภูษายังอายุน้อยยังพอดัดนิสัยได้
“แม่ก็คิดอย่างนั้น แม่ถึงมีเรื่องขอร้องให้พีช่วยแม่หน่อย นะลูกนะ”...
จากนั้นไม่นาน พงศ์ระพีเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมไปทำงาน เดินไปที่หน้าต่างห้อง มองไปยังห้องบัวที่อยู่ตรงข้าม เจ้าของห้องเปิดหน้าต่างออกมาพอดี ต่างฝ่ายต่างอึ้งคาดไม่ถึงจะเจอกัน จังหวะนั้นวิภูษาเข้ามากอดเขาไว้จากด้านหลัง ออดอ้อนว่าดีใจที่เขากลับมานึกว่าโกรธตนจนไม่ยอมกลับบ้าน แล้วมองไปทางห้องตรงข้ามที่เปิดหน้าต่างไว้ ไม่เห็นบัวอยู่ตรงนั้นก็ไม่ติดใจอะไร พงศ์ระพีดันเธอออกห่าง
“พี่ต้องเคลียร์งานให้จบน่ะ”
“แต่วิคิดถึงพี่พี วิเหงา พี่พีใช้น้ำหอมกลิ่นอะไรคะหอมจังขอวิพิสูจน์หน่อยนะ” ว่าแล้ววิภูษาหอมที่อก ไล่ขึ้นไปที่ซอกคอ บัวแอบมองอยู่ตกใจรีบปิดม่าน ใจหล่นลงไปที่ตาตุ่มเมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจ พงศ์ระพีดันวิภูษาออกห่าง บอกให้ไปแต่งตัวจะพาไปข้างนอก
“กินข้าว ดูหนังหรือช็อปปิ้งคะ วิเลือกอย่างหลังนะ”
ooooooo
ครู่ต่อมาวิภูษาเดินคลอเคลียพงศ์ระพีออกมาขึ้นรถแล้วขับออกไปด้วยกัน เอกนั่งปลูกต้นไม้อยู่แถวนั้นทนเห็นภาพบาดตาไม่ไหวต้องเมินไปทางอื่น ทำให้เสียมที่ขุดดินอยู่กระแทกโดนเท้าตัวเองได้เลือด เอิบเดินผ่านมาเห็นพอดี รีบพาลูกไปทำแผล พลางต่อว่าทำอะไรให้ระวังอย่าใจลอย
“ฉันเผลอไปหน่อยมัวแต่คิดถึงอนาคตของเรา”
“แกพูดอะไรแม่ไม่เข้าใจ”
เอกตั้งใจเรียนให้จบปีนี้ สอบเป็นทนายได้เมื่อไหร่จะชวนแม่ไปเช่าบ้านอยู่ที่อื่น เอิบทักท้วงทำไมต้องรีบร้อนย้าย ทำงานเก็บเงินไปก่อนจนกว่างานมั่นคงไม่ดีกว่าหรือ เอกทนอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ไหวเรียนจบเมื่อไหร่จะย้ายไปทันที ถ้าแม่ไม่ไปก็ตามใจแล้วเดินกะเผลกๆ เข้าห้องน้ำ
“แล้วทำไมแกจะต้องโมโหใส่แม่ด้วย เรามีกันแค่สองคนเองนะพูดกันดีๆก็ได้ อย่าไปติดนิสัยมาจากคุณวิ เอะอะก็เหวี่ยงใส่พ่อแม่เหมือนเป็นกระโถนรองรับอารมณ์ลูก” เอิบตัดพ้อ เอกรู้สึกตัวว่าพูดไม่ดีกับแม่
เดินกลับมากอดท่านไว้พร้อมกับขอโทษ ท่านลูบหัวลูก
“คุณท่านมีพระคุณกับเราแม่แค่อยากให้ลูกรู้จักตอบแทนบุญคุณท่านก่อน ไม่ใช่เรียนจบก็บินหนีไป”
ชายหนุ่มหนักใจอยากจะหนีไปให้ไกลจากวิภูษาเพราะทนเห็นภาพบาดตาต่อไปไม่ไหว...










