ตอนที่ 7
“แต่จ๊อดยังไม่พร้อมจะเป็นพ่อใครทั้งนั้น ตัวเองยังเอาไม่รอดถ้าวิคิดจะเก็บเด็กไว้เราก็เลิกกัน” พูดจบจ๊อดเดินหนีไปเลย วิภูษากรีดร้องอย่างบ้าคลั่งก่อนจะทรุดลงไปนั่งร้องไห้
ooooooo
เนื่องจากเป็นงานเร่งด่วน ปวีณจึงหอบเอาตัวอย่างสเปรย์กันยุงที่ต้องแก้ไขข้อผิดพลาดมาทำต่อที่บ้าน ดุสิตาเห็นเขาหอบของพะรุงพะรังเข้าไปช่วยถือ สเปรย์ขวดหนึ่งหล่นที่สนามโดยที่เธอไม่รู้
บัวกลับจากเรียนหนังสือเจอขวดสเปรย์ตกอยู่หยิบขึ้นมาฉีดที่หลังมือแล้วยกขึ้นดม ได้กลิ่นตะไคร้หอม ก่อนจะหันไปเห็นดุสิตาก้มๆเงยๆ เหมือนกำลังหาอะไรอยู่ ร้องถามว่าหาสเปรย์กันยุงขวดนี้อยู่ใช่ไหม เธอยิ้มรับ
“หาแทบตาย ตัวอย่างยาของน้าปวีณ ถ้าไม่เจอสิตาโดนด่าแน่ บัวรู้ได้ยังไงว่าเป็นสเปรย์กันยุง”
“ปัญหาของตะไคร้หอมคือไล่ยุงได้ไม่กี่ชั่วโมงแต่ก็มีสมุนไพรตัวอื่นที่ทดแทนกันได้”
ดุสิตาต้องการจะช่วยปวีณจึงพาบัวไปที่ห้องทำงานพร้อมกับเอาขวดสเปรย์ไปคืนท่านด้วย บอกให้บัวบอกสิ่งที่รู้ให้ท่านฟัง เธอกลับลีลาท่ามากเนื่องจากยังงอนพ่ออยู่ ดุสิตาก็เลยเล่าให้ฟังเรื่องที่เธอบอกกับตัวเองว่าที่สเปรย์กันยุงไม่ได้ผลเพราะสมุนไพรที่เอามาทำ มันระเหยไปกับอากาศเร็วจึงกันยุงได้ไม่นาน
“บัวรู้เรื่องสมุนไพรด้วยเหรอลูก”
“คุณลองเปลี่ยนจากตะไคร้เป็นเหง้ามหาหงส์ดู น้ำมันหอมจากเหง้ามหาหงส์มีฤทธิ์ถึงเจ็ดชั่วโมง ถ้านำมาวิจัยต่อยอดในห้องแล็บน่าจะเห็นผลมากกว่าที่ฉันพูด”
ปวีณสงสัยบัวรู้ได้อย่างไร เธอว่ามั่วเอาเองส่วนจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจแล้วเดินออกจากห้อง ดุสิตาเคยรู้มาว่าตาของบัวเก็บสมุนไพรในป่าขายเลี้ยงชีพก็น่าจะเก่งเรื่องนี้ ปวีณทักท้วงภูมิปัญญาแบบชาวบ้านมีแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น จะมาสู้นักวิจัยกับเภสัชกรได้อย่างไร แล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปเหมือนไม่สนใจ...
ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองท้อง วิภูษาได้กลิ่นอะไรก็แพ้ไปหมด คลื่นไส้วิงเวียนต้องวิ่งเข้าห้องน้ำไปอาเจียน วรรณพรได้ยินเสียงลูกกลับมาเดินไปเคาะประตูห้องน้ำ ต่อว่าว่าทำไมอยู่ๆก็หายตัวไป มือถือก็ไม่รับ แต่พอเห็นลูกออกจากห้องน้ำในสภาพดูไม่จืดก็ตกใจถามว่าไม่สบายหรือทำไมหน้าตาซีดเซียวอย่างนี้ เธอแต่งเรื่องว่ามีประจำเดือน ปวดท้องปวดหัวปวดไปหมด ขับรถไม่ไหวต้องนั่งแท็กซี่กลับ
“ก็น่าจะบอกแม่ก่อนไม่ใช่หายตัวมาแบบนี้ แม่ตกใจหมดเลยรู้ไหม”
“แม่คะก็มันเลอะเทอะ ไหนจะต้องหายาแก้ปวดกินอีก วิอยากจะนอนพักกินยาแล้วมันง่วงๆเบลอๆ” วิภูษาล้มตัวลงนอนดึงผ้ามาห่มหลับตาลงเป็นการไล่แม่ทางอ้อม วรรณพรก็เลยต้องออกไป ทันทีที่ประตูห้องปิด วิภูษาลุกขึ้นนั่งมองท้องตัวเองหน้าเครียดไม่รู้จะทำอย่างไรกับชีวิตดี...
อาการโอ้กอ้ากของวิภูษาทำให้รุ่งเก็บเอาไปนินทาให้เอิบกับเอกฟังอย่างสนุกปาก เอกไม่พอใจเพราะแอบชอบวิภูษาอยู่ ขอร้องรุ่งอย่านินทาเจ้านายอีกเลยเราเป็นแค่ลูกจ้างทำหน้าที่ของเราไปเงียบๆดีกว่า แล้วลุกออกไปเลย รุ่งมองตามงงๆ เช่นเดียวกับเอิบ...










