ตอนที่ 7
ระหว่างนั่งมาในรถ พงศ์ระพีเทศนาบัวยกใหญ่ที่ทำตัวเหลวไหลทั้งดื่มเหล้า ทั้งผิดคำพูด นัดเขาแล้วกลับไม่อยู่รอ เขาอุตส่าห์ขับรถตามหาเสียทั้งเวลาเปลืองทั้งค่าน้ำมันเพราะคิดว่าเกิดเรื่องร้ายๆกับเธอ ที่แท้เธอก็แค่หนีเที่ยว ริอ่านดื่มเหล้าอีกต่างหากถึงจะเถียงว่าทำเพื่อเอาตัวรอด แต่ก็ไม่ควรทำอยู่ดี
“แล้วคุณควบคุมดูแลคู่หมั้นคุณดีพอแล้วเหรอถึงมีเวลามาเทศน์สั่งสอนชาวบ้านอย่างนี้”
พงศ์ระพีรำคาญแกล้งกระแทกเบรกให้บัวหัวทิ่มเล่น ก่อนจะเบนรถจอดข้างทาง มองเหล่เธอนี่หายเมาแล้วหรือถึงได้เถียงฉอดๆแบบนี้ บัวกะล่อนไปเรื่อยว่าคอแข็งอย่างตัวเองดื่มแค่นี้ไม่กระเทือนเดี๋ยวเดียวก็สร่าง
“โกหกเป็นไฟ อย่าคิดว่าฉันจะเชื่อพวกเธอ แต่ขี้เกียจไล่ต้อนเด็กเลี้ยงแกะ ถ้าเธอไว้ใจฉันก็คงบอกความจริงเอง” พงศ์ระพีจ้องจับผิดบัวเขม็ง เธออึ้งที่เขารู้ทัน
“โอ๋ๆๆเราเป็นเพื่อนตายกัน ถ้าฉันไม่ไว้ใจคุณแล้วฉันจะไว้ใจกบเขียดที่ไหน ไม่ว่าฉันจะคิดทำอะไร ฉันหวังดีกับคุณจริงๆ” บัวไม่พูดเปล่าบีบนวดแขนเขาอย่างเอาใจ พงศ์ระพีดึงมือเธอออกแล้วขับรถต่อไป หน้าทะเล้นของบัวเปลี่ยนไปเป็นเคร่งขรึม พึมพำในใจกับวิญญาณของตากล้า
“ตา บัวทำถูกหรือเปล่า บัวโกรธวิภูษา แต่ผู้ชายคนนี้รักคู่หมั้นของเขามาก บัวไม่อยากเห็นเขาเสียใจ ไม่อยากทำลายงานแต่งของเขา”...
แทนที่จะตรงกลับบ้านจินตบุษย์ พงศ์ระพีพาบัวแวะที่ห้างฯขายของตกแต่งบ้าน ซื้อดอกหญ้าแห้งกำใหญ่กับตะกร้าสานคล้ายกับที่เธอมีตอนอยู่กระท่อมกลางป่า จะได้รู้สึกเหมือนอยู่ที่นั่น ทีแรกเธอลีลาท่ามากไม่ยอมรับ แต่สุดท้ายก็รีบคว้าไปกอด ดอกหญ้าทิ่มหน้าถึงกับร้องโอ๊ยลั่น เขาตกใจยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้ๆทำให้ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่คืบ ต่างคนต่างใจเต้นไม่เป็นส่ำ ต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
เขากลบเกลื่อนความเขินด้วยการชวนบัวไปหาอะไรกิน แต่ต้องหันหลังกลับแทบไม่ทันเมื่อเห็นเพ็ญพธูเดินออกมาจากร้านที่ตัวเองจะเข้าไปนั่ง บัวแปลกใจจะหันไปดู เขาโอบหัวเธอมาชิดตัวไม่ให้หัน เธอซักไม่หยุดว่าเขาหนีใคร เจ้าหนี้ กิ๊ก หรือชู้รัก เขาส่ายหน้าไม่ใช่ทั้งนั้นแล้วชวนเธอกลับ เธอถึงกับร้องอ้าวไหนว่าหิว
“ฉันเปลี่ยนใจแล้วไม่อยากให้ที่บ้านเป็นห่วงเธอ” พูดจบเดินลิ่วกลับไปที่รถ บัวต้องเร่งฝีเท้าตาม
ooooooo
ขณะที่พงศ์ระพีถอนใจโล่งอกที่หลบหน้าเพ็ญพธูมาได้ วิภูษาซึ่งอยู่ที่ห้องพักของเทียนเริ่มหงุดหงิดป่านนี้แล้วทำไมตะวันเงียบหายไปไม่เห็นส่งข่าว ระหว่างนั้นตะวันโทร.เข้ามา วิภูษากดรับสาย ไม่ว่าจะพูดอะไรไปทางปลายสายได้แต่ส่งเสียงอู้อี้ เธอรู้ทันทีว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติ รีบชวนรจนากับเทียนตามไปดู
เมื่อมาถึงห้องเช่าพบตะวันถูกจับมัดมือมัดปากมัดเท้าด้วยเศษผ้า นอนดิ้นอยู่บนพื้น ในมือกำมือถือไว้ วิภูษารีบแก้มัดเขาออก ตะวันต่อว่าเธอยกใหญ่ทำไมถึงไม่บอกว่านังบัวแสบขนาดนี้แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังว่าบัวแกล้งเมา พอได้อยู่ลำพังกับเขาในห้องก็เล่นงานเขาทั้งเตะทั้งเข่าสลบเหมือด วิภูษาต่อว่าเขากลับว่าไม่น่าประมาท ก็รู้อยู่ว่ามันเป็นหลานโจร
“มันต้องรู้แผนเรา ฉันได้ยินเสียงมีคนมาช่วยมันด้วย”










