ตอนที่ 4
ทุกคนมองไปที่มือบัวเห็นมีแค่เป้สัมภาระหนึ่งใบกับย่ามไม่เห็นจะมีอะไรมากมายอย่างที่คุย ปวีณเร่งให้ขึ้นรถเพราะจะต้องไปจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินให้เธออีก บัวตื่นเต้นเว่อร์
“นี่จะได้ขึ้นเรือบินด้วยเหรอ ไชโย ม่วนอีหลี”
“นึกว่าจะเล่นตัวไปได้นานแค่ไหน พอเขาไม่สนใจไม่ง้อก็รีบแจ้นมาเองเลยนะ” พันเลิศเหน็บแนม บัวไม่สนใจก้าวขึ้นรถ นงรามกระซิบกับปวีณ ก้าวร้าวแบบนี้จะไหวหรือ เขาพยักหน้าลูกทั้งคนจะไม่ไหวได้อย่างไร...
ที่ห้องรับแขกบ้านจินตบุษย์ วรรณพรกำลังประชุมสมาคมที่ตัวเองเป็นประธานอยู่กับบรรดาคุณหญิงคุณนาย ตอนที่พงศ์ระพีขับรถพาปวีณกับบัวมาส่ง เอิบ เอกและเจียมรีบเข้ามาต้อนรับ ช่วยกันขนข้าวของลงจากรถ บัวเห็นเอิบก็ยกมือไหว้ เธอรีบรับไหว้แทบไม่ทัน
ปวีณเห็นรถหรูจอดเต็มลานจอดรถถามว่ารถของใคร
“เพื่อนๆคุณผู้หญิงที่สมาคมมาประชุมกันค่ะ เอิบเลยต้องขอให้เจียมมาช่วย”
บัวหูผึ่งมองไปด้านใน พงศ์ระพีเห็นว่าไม่เหมาะที่จะพาบัวเข้าไปตอนนี้จึงเสนอตัวจะพาเธอไปที่อื่นก่อน ปวีณส่ายหน้าถึงอย่างไรก็ต้องเจอกันอยู่ดี วรรณพรพาคุณหญิงคุณนายออกมาพอดี รุ่งเห็นพงศ์ระพีก็ดีใจร้องบอกเจ้านายว่าคุณท่านกับคุณพีกลับมาแล้ว พงศ์ระพีไหว้ทักทายทุกคน แล้วหันไปบอกให้บัวทำตาม
วรรณพรนิ่วหน้ามองเด็กสาว ปวีณจำต้องแนะนำให้บัวรู้จักกับวรรณพร ภรรยาของตัวเอง บัวยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที ยกมือไหว้แล้วเดินเข้าไปหา แนะนำตัวเองเป็นภาษาอีสานว่า ชื่อบัวเพิ่งลงมาจากป่าภูเขียวเมื่อเช้า
เจียมเห็นวรรณพรฟังภาษาอีสานไม่รู้เรื่องก็เลยทำหน้าที่ล่ามจำเป็นแปลให้ ปวีณจับแขนบัวพูดเสียงเบาเกือบจะกระซิบให้เข้าไปในบ้านกับตนก่อน เธอแกล้งปัดมือท่านออก แล้วพูดเป็นภาษาอีสานอีกว่าเธอไม่ได้เป็นคนรับใช้ พ่อของเธอทำแม่เธอท้องแล้วทอดทิ้งไป แม่ทำใจไม่ได้ช้ำใจตาย หนึ่งในคุณนายเข้ามาหา
“โถน่าสงสารจริงๆ แล้วพ่อของหนูเขาอยู่ที่ไหนล่ะจ๊ะ ฉันอยู่มูลนิธิวีณา จะได้ช่วยตามหาให้”
บัวชี้ไปที่ปวีณบอกว่าเป็นลูกสาวของท่าน ทุกคนตกใจพากันร้องเอะอะโดยเฉพาะวรรณพรชี้หน้าด่าเธอว่าโกหก ไล่ตะเพิดให้ออกไป พงศ์ระพีเห็นท่าไม่ดีชวนวรรณพรเข้าไปคุยกันในบ้านดีกว่า บัวบีบน้ำตาคุกเข่าลงตรงหน้าวรรณพร ยกมือไหว้ขอร้องอย่าผลักไสไล่ส่งเธอไปไหนเลย สงสารเธอบ้าง วรรณพรขยุ้มคอเสื้อบัวจะลากไปหน้าบ้าน บัวคร่ำครวญว่าอย่าทำร้ายเธอ แล้วกรีดร้องก่อนจะทรุดลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น










