ตอนที่ 4
งานเผาศพกล้ามีเพียงบัว เดชากับอุดมเท่านั้นที่มาร่วมงาน บัววางดอกไม้จันทน์ในโลงด้วยน้ำตาคลอเบ้า บอกกับร่างไร้วิญญาณของตาว่าหลับให้สบายได้แล้ว เธอจะจดจำว่าใครทำให้แม่กับตาต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมาน เดชาฟังแล้วไม่สบายใจขอร้องเธออย่าทำอะไรให้ตาต้องเป็นห่วงอีกเลย
อุดมวางดอกไม้จันทน์เสร็จเข้ามายืนข้างๆบัว “เมื่อเช้าคุณปวีณเขามาลาเตี่ย ฝากให้เตี่ยดูแลบัวด้วย พรุ่งนี้เขาก็จะกลับกรุงเทพฯกันแล้ว ลื้อแน่ใจแล้วเหรอบัวว่าไม่อยากไปอยู่กับเขา ที่เตี่ยพูดนี่ไม่ใช่เพราะรังเกียจอะไรลื้อ แต่อยากให้พ่อกับลูกได้อยู่ด้วยกัน”
“คุณปวีณมีลูกมีเมียใหม่แล้วนะเตี่ย เราจะรู้ได้ยังไงว่าเขาจะยินดีต้อนรับบัวเหมือนเรา” เดชาอดเป็นห่วงแทนบัวไม่ได้ จังหวะนั้นสัปเหร่อเข้ามาบอกว่าได้เวลาแล้ว ทั้งสามคนถอยห่างจากโลงศพเพื่อให้สัปเหร่อจัดการทำพิธีเสร็จเรียบร้อยจะปิดโลง พงศ์ระพีมาทันใส่ดอกไม้จันทน์พอดี อุดมขอบใจเขามากที่อุตส่าห์มาทันเผาจนได้ เขารับปากกับบัวไว้แล้วว่าจะอยู่จนเสร็จงานศพตากล้า เขาก็ต้องทำตามสัญญา
สัปเหร่อยกโลงศพกล้าเข้าเตาเผาได้สักพักพงศ์ระพีก็ขอตัวกลับก่อน ค่าใช้จ่ายงานศพทั้งหมดอาปวีณจัดการเรียบร้อยแล้ว บัวแว้ดใส่ใครขอให้พวกเขามาช่วย แล้วหันไปบอกเดชาให้วัดเอาเงินคืนพงศ์ระพีไป
“อาปวีณตั้งใจทำบุญ คงไม่รับคืน ช่วยเอาไปทำบุญถวายวัดไปก็แล้วกัน ผมลาล่ะครับ” พงศ์ระพีไหว้อุดมแล้วกลับไปที่รถลีมูนซีนของโรงแรม บัวตามมาหาเรื่อง ถ้าเขามาที่นี่เพราะมีคนฝากเงินมาทำบุญแค่นั้น ก็ไม่จำเป็นต้องมาก็ได้ เขามาเพราะเห็นเธอเป็นเพื่อนต่างหาก แต่สำหรับเธอมันคงไม่มีความหมายอะไรแล้วเพราะเธอมีเพื่อนสนิทคอยดูแลอยู่แล้ว จากนี้ไปเขาจะคิดเสียว่าระหว่างเราเป็นแค่คนที่บังเอิญผ่านมาพบเท่านั้น
“ดีเหมือนกัน แล้วก็ไม่ควรจะบังเอิญมาพบกันอีกต่อไปด้วย” บัวสะบัดหน้าใส่ก่อนจะเดินกลับไปที่เมรุ เดชาเห็นท่าทางของทั้งคู่แล้วอดสงสัยในความสัมพันธ์ไม่ได้
ooooooo
หลังจากคิดทบทวนมาทั้งคืน บัวตัดสินใจไปกรุงเทพฯกับปวีณ รีบไปเก็บกระดูกตาแต่เช้าใส่กระปุกเล็กๆเอาติดตัวไปด้วยโดยไม่ได้บอกทั้งเดชาและอุดม
ทางฝ่ายปวีณกับคณะขึ้นรถตู้ของโรงแรมเตรียมเดินทางไปขอนแก่นเพื่อต่อเครื่องกลับกรุงเทพฯ ขณะรถเลี้ยวเข้าถนนใหญ่ บัวพร้อมเป้สัมภาระโดดมาขวางหน้าไว้ ขอไปกรุงเทพฯด้วย ปวีณตกใจร้องเอะอะนี่เธอยอมไปด้วยแล้วหรือ บัวพยักหน้า
“เมื่อคืนแม่มาเข้าฝัน อย่าบอกนะว่าเปลี่ยนใจ อุตส่าห์ขนของมาซะขนาดนี้”










