ตอนที่ 9
“แม้กำลังเราน้อยแต่ได้เปรียบทางชัยภูมิ จึงชอบที่จะรบแบบกองโจรเพื่อตัดกำลังข้าศึก แลระหว่างนี้ก็ให้มังมหานรธากับเนเมียวสีหบดียกทัพกลับมารวมกับกำลังที่เราเกณฑ์เพิ่มในอังวะ น่าจะเอาชัยได้” พระเจ้ามังระไม่ยอมเด็ดขาดที่จะให้ถอนกำลังจากการตีอโยธยา ประกาศว่า “เมื่อข้าตัดสินใจรบกับอโยธยาก็ไม่คิดจะถอยทัพกลับจนกว่าจะได้ชัย” วิเคราะห์กำลังที่จีนจะส่งมาและผลได้ผลเสียที่จีนจะได้รับแล้วเชื่อว่าอย่างมากจีนก็ส่งกำลังมาได้ไม่เกินสิบหมื่น แล้วเหตุใดเราจะต้านไม่ได้
อะแซหวุ่นกี้คิดตามและชื่นชมในพระปรีชาของพระเจ้ามังระ พระเจ้ามังระจึงประกาศให้อะแซหวุ่นกี้เป็นทัพหน้า พระองค์จะเป็นทัพหลวงยกตามไป ประกาศอหังการสมกับเป็นผู้นำว่า
“พวกเราจะแสดงให้เมืองจีนที่ยิ่งใหญ่เห็นว่าคนอังวะไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดทั้งสิ้น”
ฝ่ายพระยากำแหงคุยอารมณ์ดีกับขันทองว่าพระเสื้อเมืองทรงเมืองปกปกรักษาอโยธยาจริงๆ อังวะเข้ามาในเขตอโยธยานับปีแต่ยังไม่ถึงกำแพงเลย
ขันทองติงว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองก็ดีอยู่ แต่จะหวังพึ่งเทวดาฟ้าดินอย่างเดียวไม่ได้ อังวะเปิดศึกกับจีนมาเป็นแรมเดือน ทัพของเนเมียวสีหบดีกับมังมหานรธาก็ยังไม่ได้ยกทัพกลับ ไม่แน่ว่าอาจจะทำศึกต่อก็ได้ พระยากำแหงมั่นใจว่าอย่างไรก็ไม่พ้นจากนี้ได้ คุณพระกังวลเกินไปแล้ว
ทันใดนั้นเป้าวิ่งเข้ามาบอกขันทองว่าแมงเม่าตกต้นไม้ให้รีบไปดู ขันทองไม่ทันทำอะไรพระยากำแหงก็วิ่งอ้าวนำหน้าไปแล้ว ขันทองชักสีหน้าเล็กน้อย เป้าสังเกตเห็นรู้สึกแปลกใจ
ooooooo










