ตอนที่ 4
ปู่กระซิบบอกพัสกรว่าระหว่างทางโขงซักประวัติพ่อไว้แล้ว กวงถามว่าโขงเป็นเพื่อนพัสกรหรือ แหวนพลอยถามว่าแล้วทำไมไปเข้าข้างพ่อจ่อยล่ะ
“อยู่ข้างเดียวกัน โน้มน้าวอะไรมันก็ง่ายกว่า” พัสกรกระซิบบอกทั้งสอง
แล้วโขงก็โน้มน้าวจูงใจพ่อจ่อยให้เห็นถึงประโยชน์ของเด็กที่มาสนใจการเต้นว่าจากบทเรียนของตนที่เคยเป็นเด็กเกเรแต่พอมาเรียนเต้นก็เปลี่ยนไป นอกจากทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้วยังห่างไกลจากการมั่วสุมเกเรและติดยาด้วย แล้วบอกให้จ่อยเต้นให้พ่อดู
พอจ่อยเริ่มเต้น เด็กที่เรียนเต้นด้วยกันก็เข้ามาร่วมเต้น เลยกลายเป็นวงใหญ่เต้นกันอย่างสนุกสนาน โขงป่าวร้องให้ชาวบ้านมาดูลูกหลานเต้นกัน ชาวบ้านต่างทึ่งที่เห็นลูกหลานตนเต้นได้อย่างเท่ สง่า สนุก
จู่ๆเต้ก็โผล่มา แหวนพลอยตะโกนดีใจสุดๆ “พี่เต้มา...พี่เต้มา วู้ๆเย้ๆ แก๊งบอยมาเต็มจ้า”
“เพื่อนจะทิ้งเพื่อนได้ไง” เต้บอก พัสกรยิ้มดีใจ แล้วก็ลงไปร่วมเต้นกับเด็กๆอย่างสนุกสุดเหวี่ยง
แหวนพลอยถ่ายไลฟ์สดลงเฟซบุ๊กทันที
“สดๆตอนนี้เลยจ้า ม่วนอีหลี คุณพัสกรรีเทิร์นแล้ว คืนฟอร์มอย่างดงาม ติ่งเตรียมรอติดตามเต็มๆ Young blood dance contest ปีนี้ หงส์เหินพร้อมกางปีก มาแน่ มาเต็ม มาชัวร์”
แต่พอเต้นไปได้ครู่เดียวพัสกรก็มีอาการเจ็บเข่า แต่เขาก็พยายามทำเหมือนไม่เจ็บเต้นต่อไป
ชาวบ้านที่มาดูต่างกรี๊ดและอัดคลิปไลฟ์กันสนั่น มีแต่กวงที่มองอย่างเบื่อหน่าย เดินบ่นออกไปว่า
“เท่ตรงไหนวะ งั้นๆอะ ชิ”
ooooooo
พัสกรขอบใจโขงที่มา บอกว่าพ่อจ่อยเห็นความสามารถของจ่อยแล้วอาจใจอ่อนก็ได้ พ่อจ่อยยังใจแข็งแต่ชาวบ้านเชียร์กันเต็มที่ ถามว่าลูกเก่งอย่างนี้ไม่ได้ติดยาไม่ได้ติดการพนันจะห้ามไปทำไม
ด้วยการพิสูจน์ตัวเองของจ่อยและเสียงชาวบ้านที่สนับสนุน พ่อจ่อยใจอ่อนแต่ยังถามว่าถ้าจ่อยผิดหวังเสียใจกลับมาใครจะรับผิดชอบ โขงบอกว่าความพ่ายแพ้ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวแต่เป็นบทเรียนของชีวิต คนเราต้องรู้จักแพ้รู้จักชนะ รู้จักขอโทษรู้จักให้อภัย โลกความจริงมันโหดร้ายมาก จ่อยต้องมีภูมิคุ้มกันและต้องให้เขาสร้างมันด้วยตัวเองเขาจึงจะอยู่ในสังคมนี้ได้อย่างมีความสุข พัสกรคุกเข่าขอร้องพ่อจ่อย ให้โอกาสจ่อยได้ทำตามความฝันสักครั้งและขอให้ตนได้มีโอกาสได้สอนจ่อยด้วย










