ตอนที่ 14
“ไอ้ปอมโดนยิงตายอย่างหมา มันอยู่กับผมมาตั้งนาน ผมต้องเป็นคนไปบอกพ่อแม่”
“กลัวตายขึ้นมาล่ะสิไม่ว่า...ท่านพิพัฒน์
ไม่ต้องการพบใครวันนี้”
“จะไม่เยียวยาครอบครัวไอ้ปอมมันหน่อยเหรอ”
“คิดว่าที่นี่เป็นสถานสงเคราะห์งั้นเหรอ...ไป ไป๊” ฉัตรรัศมีไล่ตะเพิด ชัชอ้าปากจะพูดแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเธอแตะด้ามปืนเป็นทำนองไม่ให้พูดอะไรอีก เขาจำใจหันหลังเดินจากไป
ooooooo
นายใหญ่องค์กร ONE ยังไม่ปักใจเชื่อว่าเตชิตตายตามมาคาดคั้นณัฐวราที่ห้องขังอีก ขู่ถ้าไม่รู้ว่าเตชิตอยู่ไหนหรือถ้าเขาเป็นอะไร เธอก็ไม่มีค่าอะไรสำหรับที่นี่อีกต่อไปแล้วหยิบปืนขึ้นมา เธอต่อรองขอพบกับพ่อก่อน
“บอกมาก่อนว่าเตชิตอยู่ไหนแล้วฉันจะให้เธอเจอกับด็อกเตอร์กฤต”
“ฉันต้องการคุยกับพ่อก่อน...ส่วนตัว”
“เธอไม่อยู่ในฐานะที่จะมาต่อรองอะไรได้”
“งั้นแกก็จะไม่มีวันได้เจอเตชิตอีกต่อไป...
เท่าที่แกลงมาเองนี่ก็แปลว่าเตชิตต้องมีความสำคัญกับแกมากทีเดียว” ณัฐวรามองอย่างถือไพ่เหนือกว่า พิพัฒน์ตกลงใจทำตามที่เธอขอ
“เธอจะได้เจอพ่อ แล้วถ้าเธอยังไม่บอกอะไรที่เป็นประโยชน์กับฉัน...ฉันจะลากเครื่องในด็อกเตอร์กฤตออกมาชั่งกิโลขาย ทั้งๆที่เขายังมีลมหายใจอยู่ ถ้าเขาสลบฉันจะรอให้เขาฟื้นแล้วเลาะเครื่องในต่อ ถ้าเขาหลับตา ฉันจะเย็บเปลือกตาเขาถ่าง เขาจะได้เห็นอวัยวะภายในร่างกายตัวเองถูกแล่ออกมาเป็นชิ้นๆ”
“ฉันต้องการคุยกับพ่อตามลำพังเท่านั้น”
ณัฐวรายืนกรานคำเดิม พิพัฒน์มองเธอนิ่งก่อนจะพยักหน้า
“ฉันพูดเงื่อนไขไปแล้วนะ หวังว่าคงจะได้ยิน”
ooooooo
พิพัฒน์ทำตามที่ตกลงกันไว้ พาณัฐวราไปเยี่ยมกฤตนัยที่ห้องขังเดี่ยวในสภาพยิ่งกว่านักโทษประหารมีโซ่ล่ามแน่นหนาทั้งตัวแทบไม่เห็นเสื้อผ้าที่สวมแถมยังมีฤกษ์กับฟ่างตามประกบ สองพ่อลูกต่างดีใจที่ได้เจอกัน อยากโผกอดกันแต่ติด
ที่มีลูกกรงห้องขังกั้นไว้ เธอเห็นสภาพทรุดโทรมของพ่อถึงกับร้องไห้น้ำตาไหลพราก
“ณัฐวรา...หนูร้องไห้”
“หนูคือกัญญาวีร์ ลูกของพ่อใช่ไหมคะพ่อ”
กฤตนัยน้ำตาเอ่อพยักหน้ารับคำ ฟ่างแกล้งเป่านกหวีดดังสนั่นชูใบเหลืองราวกับเป็นกรรมการห้ามบอล แหย่ทั้งคู่อย่างสนุกสนาน ณัฐวราไม่พอใจหันไปบอกพิพัฒน์ไหนว่าจะให้เธออยู่ตามลำพังกับพ่อ เขาพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต แต่อย่าให้นาน
ก็แล้วกัน จากนั้นเขาหันไปพยักพเยิดให้ฟ่างใส่กุญแจล็อกโซ่คล้องเธอกับลูกกรงห้องขังไว้หลายดอกทำให้เธอเหมือนดักแด้ที่หุ้มด้วยโซ่ กฤตนัยเห็นสภาพลูกก็ไม่พอใจ










