ตอนที่ 10
แก้วควักสร้อยตะกรุดออกมาคล้องคอผีพุดจีบ เธอร้องลั่นปวดแสบปวดร้อนล้มลงกับพื้น แก้วยิ้มสะใจ มิ่งกับอบวิ่งเข้ามาดีใจที่ได้คาถาปราบผีแล้ว
“พี่เหมปลุกเสกตะกรุดอาคม มันไม่มีฤทธิ์เล่นงานพวกเราอีกแล้ว”
“นังแก้ว เอ็งจับมันลงหม้อถ่วงน้ำเลย” อบยุ แก้วมองไปที่ร่างผีพุดจีบ
“พี่เหมลงอาคมหนัก วิญญาณมันจะดับสูญ...”
ผีพุดจีบร้องเจ็บปวดแล้วร่างค่อยๆสลายหายไปกับเสียงกรีดร้อง ทั้งสามดีใจที่ปราบผีได้ หลังจากนั้น แก้วเอาสร้อยตะกรุดให้มิ่งคล้องคอ อบขอบ้างแต่แก้วกลับบอกว่ามีแค่สองเส้น ของตนกับมิ่ง อบไม่พอใจจะแย่งของแก้ว
“ข้าบอกแล้วไง วิญญาณมันดับ มันไม่มารังควานน้าอีก” แต่แก้วโวยวายไม่ยอม
มิ่งชวนกลับ อบเข่นเขี้ยวไม่พอใจที่หลานเห็นผัวดีกว่าเครือญาติ แต่อย่างไรเสียก็ต้องวิ่งตามทั้งสองไป ด้วยกลัวผีกลับมาอีก
ช่วงเวลานั้นเทพนั่งสวดมนต์อยู่ในห้องพระเพื่อส่งผลบุญให้แก่พุดจีบ ได้ยินเสียงร้องไห้หน้าห้องจึงผลักประตูออกมาดู แล้วได้เห็นวิญญาณพุดจีบนั่งร้องไห้อยู่ ก็เข้าไปปลอบโยน
“น้องหยุดร่ำไห้เถอะ น้องไม่ต้องห่วงสิ่งใด พี่จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้น้อง”
พุดจีบยังคงร้องไห้ เทพช่วยเช็ดน้ำตาให้ แต่แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นน้ำตาที่เปื้อนมือเป็นเลือด เธอขอให้เขาช่วยด้วย แล้วร่างค่อยๆเลือนหายไปต่อหน้า เขาพยายามคว้าตัวเธอ...แล้วเทพก็สะดุ้งหลุดจากสมาธิ เขารู้สึกเป็นห่วงพุดจีบอย่างมาก คิดหาทางช่วยเหลือ
ooooooo
รุ่งเช้า เทพกับอยู่มาทำบุญที่วัด เมี้ยน ชด เม้ยและเอี้ยงขอมาร่วมด้วย พอเทพถือถ้วยกรวดน้ำไปเทที่ต้นไม้ใหญ่ อยู่จะเดินตาม เมี้ยนดึงตัวไว้และให้ชดไปแทน เม้ยกับเอี้ยงช่วยประกบซ้ายขวา ไม่สนใจว่าอยู่จะด่าว่าอย่างไร
เทพเดินอยู่ในวัด เห็นชาวบ้านซ้อมรำเพลงโทนก็หวนคิดถึงพุดจีบที่เคยร้องรำด้วยกันอย่างมีความสุข ชดเห็นเขายิ้มก็เข้ามายืนข้างๆ
“คุณเทพยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ชอบใจแม่เพลงรึเจ้าคะ”
“เพลงไพเราะ...ฟังแล้วชื่นใจ” เทพหุบยิ้ม เมี้ยนตามเข้ามาช่วยดันลูก
“คุณเทพเข้าไปร่วมรำโทนสิเจ้าคะ ร้องรำเป็นคู่สุขใจเจ้าค่ะ ลูกชดเอ๊ย...เอ็งอาสารำคู่คุณเทพเถอะ”
ชดตื่นเต้น เทพถามชดอยากรำหรือ เมื่อเธอรับคำเขาก็หันไปเรียกอยู่ไปรำคู่ชด อยู่ถลาเข้าดึงชด เธอสะบัดแขนออกอย่างขยะแขยง เมี้ยนจิกตาด่าเบาๆว่าไม่เจียมตัว แล้วผลักกระเด็นก่อนจะลากชดเดินตามไปรับใช้เทพ อยู่รู้ว่าสองแม่ลูกคิดทำอะไรจะรีบตามไปกันท่าแต่ถูกเอี้ยงกับเม้ยขวางทาง










