ตอนที่ 10
คราวนี้ลมพัดวูบไฟดับพึ่บ บวบตกใจโยนคบทิ้งลงพื้นวิ่งแน่บ จู่ๆไฟลุกพึ่บขึ้น แสงสว่างทำให้เห็นผีพุดจีบดึงสไบไปกอดด้วยความรัก
จะกลัวแค่ไหนแต่บวบก็กลัวอบเล่นงาน จึงดึงลากดีไปที่จุดเผาสไบอีกครั้ง เพื่อเผาให้เสร็จๆ แต่พอกลับมาไม่เห็นผ้าสไบตรงนั้นแล้ว ทั้งสองทำหน้าตื่นตระหนกว่ามันหายไปไหน
ในเวลานั้นเทพถือซออู้เดินกลับขึ้นเรือน เห็นสไบสีดอกตะแบกของพุดจีบวางอยู่ที่ขั้นบันไดก็แปลกใจ เหลียวมองไปไม่เห็นใคร จึงหยิบสไบขึ้นเรือนไปด้วย วิญญาณพุดจีบปรากฏขึ้น เธอยิ้มอย่างพอใจที่เทพเป็นคนเก็บสไบไว้
ooooooo
มุมหนึ่งที่ทุ่งนา มิ่งถือตะเกียงยืนรอแก้ว ทันใดรู้สึกมีเสียงใครเดินมาด้านหลัง ก็หยิบดาบจะฟัน เสียงอบร้องลั่นว่าตนเอง มิ่งชะงักถามมาทำไม อบบอกมารอแก้วแล้วถามเขามาทำอะไรตรงนี้ ทาสหนุ่มอึกอักๆ อบโพล่งขึ้น
“ข้ารู้แล้วว่าเอ็งเอากับอีแก้ว!”
“น้าอย่าโพนทะนาบอกใครเทียว” มิ่งตกใจเล็กน้อย
“เอ้อ...ข้าไม่ทุบหม้อข้าวตัวเองดอกเว้ย เอ็งทำอะไรก็อย่าประเจิดประเจ้อให้พวกในเรือนจับได้ล่ะ พวกเรา พังพินาศ!”
มิ่งพยักหน้ารับแล้วมองไปเห็นดวงไฟจากคบไฟเคลื่อนมาระยะไกล ก็รีบบอกอบว่าแก้วมาแล้ว ทั้งสองรีบเดินเข้าไปหา อบร้องเรียกแก้ว แต่พอเข้าไปใกล้กลับเห็นเพียงดวงไฟลอยอยู่ ทั้งสองตกใจจะวิ่งหนี แต่ดวงไฟลอยมาอีกหลายดวงเข้าห้อมล้อม มิ่งพยายามเอาดาบฟัน
เสียงพุดจีบหัวเราะดังขึ้น อบกับมิ่งขนหัวลุก แล้วดวงไฟทุกดวงก็รวมตัวกันเป็นร่างพุดจีบ อบร้องบอกให้มิ่งฆ่าผี มิ่งพุ่งเข้าเอาดาบฟันแต่ร่างพุดจีบหายวับมาปรากฏข้างตัวอบ มิ่งวิ่งมาจะฟันก็หายไปอีก มิ่งร้องด่า
“นังผีนรก เอ็งออกมาสิวะ!”
เสียงหัวเราะดังขึ้น มิ่งหันไปจะฟัน อบรั้งแขนเขาไว้แล้วบอกว่าตนเอง...ผีพุดจีบปัดดาบในมือมิ่งหล่นแล้วตรงเข้าบีบคอ มิ่งพยายามส่งเสียงบอกให้อบช่วย แต่เธอกลัวจะวิ่งหนี ผีพุดจีบยื่นมือยาวไปบีบคอดึงเข้ามายืนคู่กับมิ่ง ทั้งสองดิ้นแทบขาดใจตาย ทันใดนั้นเองเสียงแก้วดังขึ้น
“นังผีพุดจีบ!”
พุดจีบเหวี่ยงมิ่งกับอบลงไปกองแล้วหันมามองแก้วด้วยความอาฆาตแค้น แก้วด่านังผีสัมภเวสี ตนไม่มีวันกลัว...สองคนที่กองอยู่กับพื้นต่างหวาดหวั่นที่กล้าท้าทายผี
“สันดานชั่วอย่างเอ็ง ไม่เคยสำนึก...” ผีพุดจีบตรงเข้าจะบีบคอแก้ว










