ตอนที่ 10
ชดถือพานยาสูบ หมากพลู ยืนเรียกสัปเหร่อเหมที่หน้ากระท่อม เหมเปิดประตูออกมา ชดไม่คิดว่าสัปเหร่อจะหนุ่มแบบนี้จึงถามหาพ่อของเขา เหมแปลกใจบอกพ่อตนตายไปแล้ว ตนคือสัปเหร่อเหม แล้วถามเธอมีธุระอะไร ชดรีบบอกว่ามาขอให้ทำเสน่ห์
เหมมองชดแล้วมองเลยไป เห็นแก้วบุ้ยใบ้ว่าพาสาวมาสังเวย เขายิ้มอย่างพอใจแล้วหยิบผ้าถุงให้ชด บอกให้ล้างเนื้อตัวผลัดผ้าก่อนเข้าไปทำพิธี ชดแปลกใจแต่ไม่กล้าขัดขืน
ชดอาบน้ำถูตัวเรียบร้อยนุ่งกระโจมอกเดินเข้ากระท่อม แก้วยืนมองจนแน่ใจว่าเสร็จเหมแน่ จึงเดินกลับร้องเพลงกล่อมเด็กเพลงที่แม่ร้องกล่อมตน...ระหว่างทางมีใครบางคนฉุดเข้าพุ่มไม้ เธอตกใจสุดขีด พอเห็นว่าเป็นมิ่งก็โวยใส่ มิ่งพยายามเล้าโลม เธอเสียงเข้มใส่
“ข้าตั้งท้อง!”
“ท้องเอ็งยังไม่โต ชาวบ้านร้านตลาดมันจะออกลูก มันก็เอากันได้”
แก้วดันมิ่งออกแล้วเตือนว่าถ้ามีคนเห็นเป็นจบเห่ มิ่งหงุดหงิดอารมณ์ค้าง พาลหาว่ากลัวเทพจะเห็น แก้วสวนว่าไม่เคยนอนร่วมห้องกับเทพเลย มิ่งถอนใจเข่นเขี้ยว
“เรากำจัดคุณหลวงนังคุณเยื้อนและนังพุดจีบสิ้นแล้ว ข้าจะครองเรือนกับเอ็ง...ไอ้เทพยังอยู่เป็นก้างขวางคอ ฆ่าไอ้เทพซะ”
แก้วโวยห้าม มิ่งหาว่าเธอเผลอใจให้เทพ หญิงสาวต้องหาทางเกลี้ยกล่อม
“เอ็งคิดให้ถ้วน มันยังไม่ยกข้าเป็นเมียออกหน้า แล้วถ้ามันตาย พวกญาติคุณหลวงที่อยุธยาต้องแห่มานี่ พวกมันต้องริบเรือน เอ็งกับข้าก็กลายเป็นหมาหัวเน่า!”
“ข้าต้องรออีกนานแค่ไหน”
“จนกว่าข้าคลอดลูก...ลูกของเราได้ชื่อเป็นสายเลือดของมัน ไอ้มิ่ง ลูกมีบุญมาเกิดให้พ่อกับแม่ขึ้นครองเรือน แล้วหลังจากนั้น...กำจัดให้สิ้น!”
“ลูกพ่อ...เร่งออกมาช่วยพ่อนะลูก” มิ่งเข้าลูบท้องแก้วแล้วเผลอใจเล้าโลมอีก แก้วปัดไล่ให้ไปเอากับควายในคอก มิ่งพยายามข่มอารมณ์ที่ค้างเติ่ง
ooooooo
เทพในชุดข้าราชการกลับจากจวน อยู่ช่วยถือของแล้วถามว่าตนได้ยินพวกบ่าวที่จวนคุยฟุ้งว่า เขาจะปลดทาสจริงหรือ เทพพยักหน้า
“พระพุทธเจ้าหลวงออกพระราชบัญญัติให้ทาสเป็นไทมาสักระยะแล้ว อีกไม่นานเขตมณฑลของเราก็ต้องปลดปล่อยทาส”
เรียมกับพวกทาสที่เดินตามได้ฟังอยากรู้ว่าแล้วพวกตนจะไปอยู่ไหน ไม่ทันที่เทพจะตอบ แก้วเดินรี่เข้ามาหามีอบเดินตาม เรียมแย็บถามว่าหายไปไหนมาทั้งวัน หมู่นี้อยู่ไม่ติดเรือน
“ฉันล่ะชื่นใจ น้าเรียมถามเพราะห่วงแก้ว แต่ผัวแก้วไม่เคยถามไถ่แก้วสักคำ”
“ฉันรู้ว่าแก้วแกร่งและกล้า ไม่ร้องขอให้ฉันปกป้องดอก แลที่สำคัญ แก้วรักอิสระเสมือนนกนอกกรง ฉันไม่กักขังแก้ว แก้วอยากจะบินไปหนใดก็ไปเถอะ ฉันไม่รั้งแก้วดอก”










