ตอนที่ 10
เสียงร้องโหยหวนของเทพกับพุดจีบในอดีตที่ถูกไฟเผาไหม้ในกระท่อม ทำให้วิญญาณพุดจีบรู้แล้วว่า ชาติที่แล้วตนเป็นเหตุให้แก้วต้องตาย... หลวงปู่เตือนสติ
“พวกโยมล้วนมีกรรมติดตัว หนักเบาต่างกันไป ไม่ว่าจะเกิดจากตั้งใจ รึไม่ตั้งใจ ล้วนก่อเกิดเจ้ากรรมนายเวร ผูกมัดรัดกันมายาวนาน...โยมจะผูกบ่วงรัดให้หนักข้อ ฤาปล่อยบ่วงกรรมทำหน้าที่ของมัน”
พุดจีบก้มหน้าร้องไห้ กล่าวขึ้นว่า “ไม่เจ้าค่ะ... หากปล่อยพวกมัน พวกมันก็จะฆ่าคนที่อิฉันรัก พวกมันผูกบ่วงรัด อิฉันก็ต้องแก้ อิฉันจะกำราบพวกมัน แก้บ่วงด้วยตัวอิฉันเอง”
แสงแดดยามเช้าสาดส่อง หลวงปู่เห็นใบหน้าพุดจีบมีแต่ความอาฆาตแค้น...เสียงระฆังวัดดังแว่ว ร่างพุดจีบจางหาย หลวงปู่รับรู้ว่าพุดจีบเลือกที่จะแก้แค้น ยากจะห้ามปราม จำยอมปลงใจเป็นเวรกรรม...
บวบเร่งดีซึ่งยังนุ่งโจงไม่เรียบร้อยให้รีบวิ่งไปโรงครัว เกรงเมี้ยนจะก่นด่าเอาอีก ดีว่าจะกลัวทำไมในเมื่อเรามีแก้วคุ้มกะลาหัวแล้ว แต่บวบไตร่ตรองแล้วว่า มีโอกาสที่ลมเปลี่ยนทิศ เมื่อนั้นพวกเราจะหัวเน่า... เมื่อทั้งสองมาถึงโรงครัว ต้องแปลกใจที่ไม่เห็นใครทำงาน กลับนั่งตีกลองร้องเพลงสนุกสนาน จึงถามเม้ยว่าไม่ทำข้าวปลากันหรือ ไม่กลัวป้าเมี้ยนด่าหรืออย่างไร
เม้ยกับเอี้ยงชี้ไปให้ดูเมี้ยนซึ่งนั่งร้องรำทำเพลงอยู่กับชด แล้วตะโกนว่าใครไม่ร้องตามจะเอาตาย บวบทำหน้างงเข้าไปถาม
“นี่พวกป้ากินเห็ดเมารึ ถึงไม่ทำการทำงาน เอาแต่เตลิดเถิดเทิง”
“พวกข้าไม่ได้กินเห็ดเมา ไม่ได้กินเหล้า แต่พวกข้ามีความสุข”
“สุขกาย สุขใจ และสาแก่ใจ ที่เจ้านายพวกเอ็งโดนผีหลอก!” ชดเสริม
ดีแย็บถามเมี้ยนไม่กลัวผีคุณหนูหรือ เมี้ยนส่ายหน้า
“ข้าช่วยหมอตำแยตัดสายสะดือคุณหนูเมื่อแรกเกิด แล้วข้าก็จงรักภักดีคุณหนู ไม่มีเหตุใดที่คุณหนูจะหลอกหลอนพวกข้า”
ชดถามบวบกับดีไม่รู้หรือว่าทำไมผีคุณหนูถึงหลอกแก้ว ทั้งสองส่ายหน้า เมี้ยนแหวใส่
“เพราะนังแก้วชั่วช้าสามานย์ มันเคยว่าร้ายคุณหลวงคุณเยื้อนแล้วทำร้ายคุณหนู”
“ผีคุณหนูจึงหักคอมัน!” ชดเสริม เม้ยกับเอี้ยงตรงเข้าขู่บวบกับดี
“พวกน้าระวังตัวเถอะ น้าถือหางข้างนังแก้ว ผีคุณหนูจะแลบลิ้นปลิ้นตาใส่”
พวกทาสเชื่อตามว่าผีคุณหนูจะหักคอจริง บวบกับดีสยอง บวบรีบคลานเข้าประจบเอาใจเมี้ยนและกระซิบดีว่า รักษาตัวรอดเป็นยอดดี ดีจึงหันมาร้องรำทำเพลงร่วมกับพวกเมี้ยนด้วย
ooooooo










