ตอนที่ 12
“ลิซล้อเล่น มาหาน้องรินใช่ไหมคะ”
“เปล่าครับ ผมก็มาหาทั้งคุณลิซ่าและน้องรินนั่นแหละครับ เผื่อมีคนแถวนี้หิวจะได้ไปกินข้าวด้วยกัน”
“คุณหมอนี่รู้ดีจัง ใช่ค่ะ มีคนแถวนี้ยังไม่ได้กินข้าว น้องรินคะ...ไปกินข้าวกับหมอเถอะค่ะ”
“รินไม่หิว” รินพูดไม่ทันขาดคำ ท้องเจ้ากรรมดันฉีกหน้าร้องจ๊อกๆทำเอาเธออายแทบแทรกแผ่นดินหนี
“ร่างกายมันโกหกไม่ได้นะคะ ไปเถอะค่ะ อย่าปล่อยให้หิวนานเดี๋ยวจะเป็นโรคกระเพาะ ฝากด้วยนะหมอ”
หมอหมียินดีรับฝาก จากนั้นเขากับรินเดินออกไปด้วยกัน ลิซ่าไม่ได้สนใจอะไรอีกก้มหน้า
ทำงานต่อโดยไม่รู้เลยว่ารตีแอบมองมาจากมุมมืดหลังร้านด้วยสายตามาดร้าย
ooooooo
ไม่นานนัก หมอหมีพารินมายังจุดชมวิว ซึ่งประดับไฟสวยงามและยังมีเตาบาร์บีคิวกับโต๊ะเก้าอี้กินข้าวตั้งอยู่ คืนนี้เขาจะขอแปลงร่างเป็นเชฟระดับมิชลินทำอาหารให้เธอกิน
“พร้อมจะเสี่ยงชีวิตไปกับพี่ไหม”
“ค่ะ” รินหัวเราะชอบใจ จากนั้นหมอหมีสวมวิญญาณเชฟใหญ่ย่างบาร์บีคิวด้วยท่าทางทะมัดทะแมงราวกับมืออาชีพ แต่กลับท่าดีทีเหลวทำเนื้อบนเตาไหม้ ไฟลุกท่วม เขามัวแต่ยืนตะลึงตาค้าง รินเห็นท่าไม่ดีคว้าน้ำสาดโครมเนื้อย่างเปียกน้ำหมด ในเมื่อไม่มีบาร์บีคิวให้กิน ทั้งคู่จึงต้องต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินแทน
“ขอโทษนะที่พี่ทำพลาด ก็เลยต้องมานั่งซดมาม่า”
“ไม่เป็นไรค่ะ เห็นพี่หมอตั้งใจทำให้ริน รินก็อิ่มแล้วล่ะค่ะ”
“น้องรินนี่ปลอบใจคนเก่ง”
“รินไม่ได้ปลอบนะคะ รินพูดจริง ขอบคุณนะคะ” รินเขินก้มหน้ากินบะหมี่ต่อ หมอหมีมองเธอไม่วางตา เห็นได้ชัดเจนว่าสายตาของเขาที่มองเธอเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม...
ฝ่ายลิซ่ายังง่วนกับการเคลียร์บิลอยู่ที่ร้าน
สเต๊กเฮาส์เพียงลำพัง พลันไฟดับพึ่บ เธอหยิบมือถือจะเปิดโหมดไฟฉาย แต่มันดันแบตฯหมด ตัดสินใจคลำทางไปดูที่แผงไฟฟ้า เห็นคัตเอาต์ถูกสับลงมาก็แปลกใจ
“ใครมาสับคัตเอาต์”
ทันใดนั้นรตีในคราบคนร้ายย่องมาทางด้านหลังเอาถุงผ้าครอบหัวลิซ่าที่กำลังเผลอ เธอตกใจมากพยายามขัดขืน แต่อีกฝ่ายรวบตัวไว้ไม่ให้ดิ้น เธอเอาศอกกระทุ้งท้องจนรตีจุกตัวงอคลายมือที่รัดออก ลิซ่าดึงผ้าคลุมหัวออกหันมาถีบรตีกระเด็น พยายามเพ่งว่าเป็นใครแต่เนื่องจากในร้านมืดมากมองไม่ชัด
รตีรีบลุกขึ้นคว้าข้าวของแถวนั้นปาใส่ ลิซ่าปัดป้องได้บ้างไม่ได้บ้าง มีอยู่ชิ้นหนึ่งถูกหัวเธอเต็มๆ เลือดอาบ รตีจะหนีแต่ลิซ่าหัวไวกระชากแขนทิ้งรอยเล็บของตัวเองไว้ รตีผลักเธอล้มก่อนวิ่งหนี เธอวิ่งไล่มาถึงหน้าร้านเจอแต่ความว่างเปล่า รตีอาศัยความมืดหนีเอาตัวรอดไปได้ จังหวะนั้นมีมือมาจับไหล่ เธอคิดว่าเป็นคนร้าย จับข้อมือทุ่มลงพื้น ดลร้องเสียงหลง เธอตกใจมากไม่คิดว่าเป็นเขา
“ฉันขอโทษ”
ooooooo
ครู่ต่อมา ดลพาลิซ่ากลับมาที่ห้องนอน เอากล่องปฐมพยาบาลมาทำแผลแตกที่หัวให้ ทีแรกเธอบ่ายเบี่ยงอ้างไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่แผลแตกนิดหน่อย แต่พอโดนแอลกอฮอล์เช็ดแผลเท่านั้นถึงกับร้องโอ๊ยเผลอฟาดแขนเขาที่ทำให้เจ็บ
“แล้วบอกไม่เป็นไร ร้องหยั่งกับโดนใครเหยียบหาง”
“มือหนักราวกับตีนควาย เป็นใครก็เจ็บป่ะ”










