ตอนที่ 2
ช่อแพรไม่ได้สนใจสามีหรือหลานสาว ออกจากบ้านแต่เช้าไปซ้อมเต้นที่สตูดิโอด้วยท่วงท่าร้อนแรงและเย้ายวน กระทั่งครูผู้ฝึกสอนยังอดทึ่งไม่ได้เพราะไม่ได้เห็นหน้าผู้บริหารสาวมาพักใหญ่ ช่อแพรไม่แยแสสายตาอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนร่วมซ้อม แต่ปลีกตัวไปหลังซ้อมเสร็จเงียบๆ
เมื่ออยู่ตามลำพังช่อแพรก็อดคิดถึงศิวัชไม่ได้ หญิงสาวค่อยๆลูบไล้ตัวเอง หลับตาและจินตนาการว่าเขาอยู่ใกล้ๆคอยปรนเปรอรสสวาทให้เหมือนทุกครั้งที่เจอกัน แต่เพียงแวบเดียวเธอก็ต้องหลุดจากภวังค์เมื่อมีคนมาร่วมใช้บริการห้องน้ำของสตูดิโอ
ช่อแพรหัวเสียมาก ก่อนจะหักห้ามใจตัวเอง ไม่ได้โทร.หาศิวัช ศิวกรมองชื่อบนมือถือตัวเองอึ้งๆ ไม่คิดว่าผู้บริหารสาวจะกล้ารุกเขาแบบนี้ กระนั้นก็ตั้งสติคุมเสียงตัวเองให้เป็นปกติ
“คุณช่อแพร...สวัสดีครับ”
“วันนี้เธอทำอะไร”
คำถามของเธอทำให้ศิวกรนิ่วหน้า ถามกลับ “คุณช่อแพรอยากให้ผมทำอะไรหรือเปล่าครับ”
“เธอไม่รู้จริงๆเหรอว่าวันนี้เธอต้องทำอะไร”
ศิวกรชะงัก ช่อแพรก็เหมือนจะรู้สึกตัวว่าพูดมากไป เฉไฉกลบเกลื่อน
“จริงสิ...ฉันลืมไปว่าเธอความจำเสื่อม”
“แล้วปกติวันนี้เราทำอะไรกันเหรอครับ”
“บอกไปก็ไม่มีประโยชน์ ในเมื่อเธอยังจำอะไร ไม่ได้...ฉันไม่กวนเธอแล้ว”
พูดจบก็ตัดสาย ทิ้งศิวกรให้นั่งมึนพักใหญ่...หรือว่าคนพิเศษของศิวัชจะเป็นช่อแพรจริงๆ
ooooooo
ท่าทีของช่อแพรทำให้ศิวกรคิดหนักจนต้องทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องที่เขา ตัดสินใจสวมรอยเป็นศิวัชน้องชายฝาแฝดเพื่อตามล่าหาความจริงโดยมีเมฆเป็นผู้ช่วยคนสำคัญ
เมฆไม่เห็นด้วยตอนได้ยินความต้องการของเพื่อนรักครั้งแรก เพราะรู้ดีว่าแม้ศิวัชกับศิวกรจะเป็นฝาแฝดแต่นิสัยใจคอแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ศิวัชเป็นคนเงียบๆเรียบร้อย ใช้ชีวิตตามกฎระเบียบ ต่างจากศิวกรที่เลือดร้อน ใจร้อนและชอบความท้าทายจึงเลือกไปเป็นนักข่าวในสำนักข่าวต่างประเทศ
ศิวกรเกลี้ยกล่อมจนเมฆยอมร่วมมือด้วย และวันนี้เขาจะเริ่มแผนตามล่าหาคนร้ายที่ฆ่าศิวัช ด้วยการทำตัวให้เหมือนน้องชายฝาแฝดที่สุด โดยไม่รู้เลยว่าช่อแพรก็เตรียมแผนพิสูจน์ตัวตนของเขา เหมือนกัน
ดาวประดับก็ไม่คิดหยุดสืบเรื่องศิวัชกับช่อแพร ออดอ้อนขอปราณนท์จะไปทำงานที่เขมวัฒน์กรุ๊ป
ปราณนท์บ่ายเบี่ยงไม่เห็นด้วย “พ่อว่าเราเพิ่งกลับ น่าจะอยู่บ้านหรือเที่ยวให้หายเหนื่อยก่อนไม่ดีกว่าเหรอ”
ดาวประดับดักคออย่างรู้ทัน “พ่อกลัวว่าดาวจะไปหาเรื่องน้าช่อเหรอคะ”
ปราณนท์ไม่ทันตอบ ช่อแพรก็ปรากฏตัวในชุดหรูหราแต่เหมาะกับมาดผู้บริหารเช่นเคย เชิญขวัญซึ่งตามประกบปราณนท์เอ่ยชมจากใจจริง เช่นเดียวกับ ปราณนท์ที่มองภรรยาตาค้าง
“ใช่...วันนี้คุณดูสวยมาก”
“ฉันต้องรู้สึกดีใช่ไหมที่คนไร้ความรู้สึกอย่างคุณชม”
ช่อแพรเอ่ยอย่างไม่ไว้หน้าสามีเช่นเคย ดาว–ประดับไม่ชอบใจจะสวนแต่ก็ช้ากว่าปราณนท์
“ผมชมเพราะคุณสวยจริงๆ”
“งั้นก็...ขอบคุณนะคะ...ฉันต้องรีบไปแล้ว”
พูดจบก็จะผละไป ดาวประดับไม่ยอม แกล้งพูดรั้งไว้
“แต่งตัวสวยอย่างนี้...ตั้งใจจะแต่งไปให้ใครดูหรือเปล่าคะ”
“ก็คงจะเป็นพวกผู้ชายลับๆของฉันนั่นแหละ”
ช่อแพรตอกหลานสาวอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนหันไปพูดกับสามี
“ขอโทษนะคะที่คำตอบของฉันมันอาจจะ ทำให้คุณรู้สึกไม่ดี แต่ลูกสาวคุณอยากได้ยินคำตอบ แบบนี้เอง”










