ตอนที่ 2
“เราจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ”
“ครับ...ตอนนี้ผมมีความทรงจำแค่ตอนสมัยเด็กเท่านั้น”
ช่อแพรอึ้งมาก เปิดโอกาสให้เมทินีซักเขาบ้าง
“เรื่องนั้นฉันเข้าใจ แต่คงไม่ใช่เหตุผลที่เธอขาดการติดต่อไปอย่างนี้”
“ขอโทษครับ พอดีมือถือผมพังตอนที่เกิดเรื่องน่ะครับ”
คำถามของเมทินีทำให้ช่อแพรคลายความระแวง และยอมเปลี่ยนมาถามเรื่องอาการของศิวัช
“แล้วหมอบอกหรือเปล่าว่าความทรงจำของเราจะกลับมาเมื่อไหร่”
“ไม่แน่นอนครับ อาจจะหลายเดือนหรือหลายปี แต่ถ้าความทรงจำได้รับการกระตุ้นบ่อยๆก็จะทำให้ดีขึ้นครับ”
“ถ้าอย่างนั้น...เอาใบรับรองแพทย์มาให้คุณอ้อมแล้วกัน”
“คุณช่อหมายความว่า...”
“เราก็มาทำงานเหมือนเดิมนั่นแหละ บางทีการอยู่ที่ทำงานมันอาจจะช่วยกระตุ้นความทรงจำให้กลับมาเร็วขึ้น”
“ขอบคุณครับ...ขอบคุณคุณช่อแพรมากครับ”
“อ้อ...แล้วก็ถ้าซื้อโทรศัพท์ใหม่แล้วก็แจ้งเบอร์ให้คุณอ้อมรู้ด้วย จะได้ไม่ต้องมีข้ออ้างหยุดงานอีก”
สั่งจบช่อแพรก็ไล่ทุกคนออกจากห้อง ศิวัชกลับไปที่แผนก เมฆรออยู่แล้วด้วยความเป็นห่วง ถอนใจโล่งอกเมื่อช่อแพรไม่ได้เอาเรื่องเพื่อนรักที่ติดต่อไม่ได้หลายวัน
“แล้วแกจะมาทำงานได้ยังไง...ก็ในเมื่อแก...”
เมฆพูดไม่ทันจบ ศิวัชก็ตัดบท “บางทีคนที่ทำร้ายฉันอาจจะอยู่ในนี้”
“ทำไม...แกคิดอะไร”
“ก็แกเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าฉัน...ไม่ค่อยไปไหนมาไหน...ทำงานเสร็จก็กลับบ้าน เพราะฉะนั้น... คนร้ายอาจจะเป็นใครบางคนที่อยู่ที่นี่”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง...มันต้องตกใจที่เห็นแกไม่ตาย!”
ooooooo
ศิวัชกับเมฆคงสืบอะไรได้มากกว่านี้ถ้า
สีดาจะไม่โทร.ตามลูกชายกลับบ้าน เมฆเป็นห่วงขอตามไปด้วย แล้วสองหนุ่มก็ต้องผงะเมื่อเจอสีดานั่งรอเงียบๆพร้อมกับภาพถ่ายของศิวัชตอนเด็กยืนถือเหรียญกีฬาสียิ้มแป้น
สีดามองหน้าศิวัชลูกชายคนเล็กแล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“วัช...ลูกจำกีฬาสีตอนลูกอยู่ ป.6 ได้ไหม... วันนั้นลูกถามแม่ว่าถ้าลูกวิ่งชนะแม่จะให้อะไร แม่บอกว่าจะพาไปกินพิซซ่าทั้งที่ตอนนั้นแม่ยังไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมให้ลูกเลย แต่แม่ก็ยอมทำตามที่สัญญาไว้กับลูก”
ศิวัชจำเหตุการณ์นั้นได้ สีหน้าเศร้าลงเมื่อคิดถึงอดีต สีดาเห็นดังนั้นก็พูดต่อ
“แต่ลูกกลับบอกแม่ว่าลูกไม่ได้อยากกินพิซซ่า แม่เลยถามลูกว่าลูกอยากกินอะไร แม่เลยรู้ว่าลูกน่ะชอบกินสะตอผัดกุ้งมากที่สุด ลูกรู้ไหม...ทำไมแม่ถึงเล่าเรื่องนี้...เพราะวัชไม่เกลียดสะตอจนกระทั่งเมื่อคืน!”
สีดาตะคอก เหตุการณ์เมื่อวานที่เธอทำของโปรดอย่างผัดสะตอให้ลูกชายคนเล็กแต่เขาไม่กินทำให้เอะใจ
ศิวัชเพิ่งคิดได้ รีบแก้ตัวตะกุกตะกัก “คือ...วัชเพิ่งกินข้าวมาก็เลยไม่ค่อยอยากกินน่ะแม่”
“ยังจะโกหกแม่อีกเหรอ...กร!”
ชื่อศิวกรทำให้ศิวัชอึ้งไปอึดใจ กระนั้นก็ยังแถ “แม่...นี่ผมวัช...ผมรู้ว่าแม่คิดถึงพี่กรแต่ผมคือวัช”
“เลิกโกหกแม่ได้แล้ว ลูกคิดว่าคนเป็นแม่
จะจำลูกตัวเองไม่ได้หรือไง”
พูดจบก็คว้าภาพถ่ายคู่ของฝาแฝดมาวางตรงหน้า ศิวัชหรือความจริงก็คือศิวกรหน้าเจื่อน แต่ไม่ทันอธิบายก็ถูกสีดาคาดคั้น “กร...เกิดอะไรขึ้นกับวัช”
ศิวกรย้อนความคิดไปเมื่อสองสามวันก่อน ตอนเขาเพิ่งบินกลับจากเชียงตุงหลังทำข่าวพ่อค้ายาเสพติดเพื่อฉลองวันเกิดของสีดาตามที่สัญญาไว้กับศิวัชผู้เป็นน้องชายฝาแฝด แต่ไม่ทันถึงบ้าน เขาก็ต้องแวะกลางทางเมื่อดันผ่านไปเห็นศิวัชถูกแทงอาการสาหัส!
ศิวัชที่ใกล้หมดลมเต็มทีเห็นหน้าศิวกรพี่ชายฝาแฝดก็ยิ้มบางๆ “พี่...พี่กร...พี่กรจริงๆด้วย”
“ใคร...ใครทำแก”










