ตอนที่ 7
วันนี้โสภาพาชลิตาออกจากโรงพยาบาล เธอหน้าเศร้าเพราะอัสดมไม่ได้ไปรับกลับ ไม่ทันไรสาทินีวิดีโอคอลเข้ามา สีหน้ายิ้มเย้ย กำลังเปลี่ยนผ้าปูที่นอนบนเตียง แล้วเยาะว่า
“ฉันเปลี่ยนผ้าปูใหม่ รอคุณอัสมานอนน่ะ คุณอัสจะมาค้างบ้านฉันอาทิตย์ละวัน”
ชลิตาถากถางกลับ “อัสจะไปหาเธอแต่ละที ยังต้องแอบไป เกรงใจฉัน หมอนเธอดูนุ่มน่าหนุนดีนะ เหมาะกับการนอนหลับ...ฝันค้าง”
“คนที่ฝันค้างน่ะคือเธอ อดเป็นแม่คน”
ชลิตาตกใจที่สาทินีรู้เรื่องแท้ง สาทินีได้ทีแดกดันว่าไม่ใช่แค่ฝันค้าง แต่ฝันสลายเลย โสภาทนไม่ได้เถียงแทนเจ้านายว่าอย่างน้อยอัสดมก็พยายามมีลูกกับเมียหลวง แต่ไม่ยอมพลาดมีลูกกับเมียน้อย สาทินีหัวเราะ เย้ยหยันก่อนจะตัดสาย
“ชลิตา เธอจำภาพเตียงฉันไว้นะ นี่คือสถานที่ที่ฉันกับคุณอัสจะพยายามมีลูก”...
ชลิตาหน้าเศร้าลง หวั่นใจอย่างมากว่าอัสดมมีลูกกับเมียน้อยเมื่อไหร่คงทิ้งเมียหลวงอย่างตน โสภาเศร้าไปด้วยไม่รู้จะปลอบอย่างไรเพราะตัวเองก็เกรงว่าจะเป็นอย่างนั้น...
เย็นวันนั้นถวิกาพยายามเอาใจ คดข้าวให้พ่อที่เอาแต่มึนตึงใส่ แต่แล้วเอนกก็อดถามถึงรัชดาไม่ได้ ว่าเขามีเมียแล้วจริงหรือ ไม่อยากให้ลูกไปเป็นเมียน้อยอย่างสุวิกา ถวิกาแก้ข่าวว่าพี่โดนหลอกจึงพลาดเป็นเมียน้อย ต้องโทษผู้ชายที่ทำให้พี่ต้องฆ่าตัวตาย เอนกถอนใจส่งจดหมายฉบับหนึ่งให้ บอกว่าจวงเข้าไปเก็บของในห้องสุวิกาแล้วเจอจดหมายลงวันที่ฆ่าตัวตาย ถวิกาตกใจ แสดงว่าเป็นจดหมายลาตาย เอนกบอกอีกว่าจดหมายไม่ได้เขียนถึงถวิกา
ถวิการับจดหมายมาดู หน้าซองจ่าถึงอัสดม ข้อความว่า “ฉันจำวินาทีที่เห็นคุณครั้งแรกได้ คุณเดินเข้ามาในห้องสัมมนา คนทั้งห้องหันไปมองคุณ คุณเหมือนพระเอกหลุดออกมาจากนิยาย...คุณอัสดมคะ ถึงฉันรู้ล่วงหน้าว่านิยายเล่มนี้ต้องจบลงด้วยโศกนาฏกรรม ฉันก็ยังอยากเป็นนางเอกของคุณ ที่ฉันเลือกจากไปเพราะฉันอ่อนแอเอง ที่รักของฉัน จงเข้มแข็ง อย่าโทษตัวเอง รักคุณเสมอ...สุวิกา” ถวิกาอ่านแล้วสลดใจที่พี่โดนทำร้ายขนาดนี้ยังให้อภัยเขา
ในขณะที่ชลิตานอนทุกข์ระทม แท้งลูก ยังโดนเมียน้อยเยาะเย้ยว่าจะมีลูกกับสามีตัวเองอีก อัสดมกลับมา ชลิตาร้องไห้ตัดพ้อ “ตาคิดว่าอัสจะค้างบ้านสาทินีซะอีกค่ะ เขาไลน์มาเยาะเย้ยตาที่แท้งลูก เขาว่าเขาจะมีลูกให้อัส” อัสดมตกใจโอบกอดปลอบ ตนไม่มีวันผิดสัญญามีลูกกับคนอื่น ชลิตาไม่เชื่อเพราะมีลูกไม่ได้เสียที เขาต้องผิดหวังซ้ำซาก ผู้ชายที่ไหนจะทนได้
“ก็ผู้ชายที่รักเมียมากไงจ๊ะ ตารู้ไหม ผมภูมิใจมากแค่ไหน ที่ตายอมเป็นภรรยาผม”










