ตอนที่ 9
“ข้อยบ่ได้ตั๊วะ ข้อยนี่ล่ะที่ซอยบักพลซื้อแหวนแต่งงานไว้เตรียมเซอร์ไพรส์คุณชิโล ฮู้จังซี้แล้วกะฮอดเวลาที่เจ้าต้องตัดใจจากบักพลให้ได้ แล้วยอมเปิดใจให้ข้อย”
“แต่ข้อยบ่ได้ฮักเจ้าคือคนที่สิแต่งงานนำ ข้อยฮักเจ้าแบบหมู่ เข้าใจบ่”
“เฮาได้เสียกันแล้ว บ่มีทางกลับไปเป็นหมู่คือเก่าได้อีกดอก เจ้ามีแค่สองทางเลือกเถาะนั่น ให้โอกาสข้อยหรือว่าสิเสียเทิ้งข้อยเทิ้งบักพลแล้วอยู่ผูเดียวบ่มีไผเหลียวแล...ตัดใจจากบักพลแล้วขอโอกาสให้ข้อยจักหน่อย ข้อยขอสัญญาต่อหน้าหลวงพ่อพระใสว่าข้อยสิเฮ็ดให้เจ้ามีควมสุขจนแม่ญิงทุกคนในโคกอีเกิ้งต้องอิจฉาเจ้า”
แก้วตานิ่งไป มองสายตาของเสือที่จริงใจและจริงจังก่อนจะเหลือบไปเห็นบางอย่างแล้วตกใจ
“เซาๆๆ นั่นบักจก มันมาเฮ็ดหยังอยู่หนี่” แก้วตาชี้ไปที่บักจกที่มีท่าทางลับๆล่อๆเดินผ่านไปทางโบสถ์
ใช่บักจกจริงๆ สองคนรีบเดินตามมันไปเพื่อจับตัวมาเค้นถาม แต่กลายเป็นเสือโดนมันแทงเพราะช่วยแก้วตา โชคดีที่เสือใช้มือปัดมีดเลยไม่โดนจุดสำคัญ แต่ฝ่ามือก็โดนคมมีดได้เลือดเหมือนกัน
จกเห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งหนีไป เสือเป็นห่วงแก้วตาที่เมื่อสักครู่โดนจกบีบคอแทบหายใจไม่ออกจึงไม่ได้ตามมันไป แต่หันมาประคองดูแลแก้วตาด้วยความห่วงใย
“เจ้าเป็นหยังบ่แก้วตา บอกข้อย...เจ็บหม่องได๋แน”
“ข้อยบ่เป็นหยังดอก เจ้านั่นล่ะเจ็บบ่”
แก้วตาเป็นห่วงเสือมากรีบเอาผ้าพันคอมาพันมือห้ามเลือดให้เขา...
ทางด้านทศพลกับชโลธรกำลังเคาะระฆังตรงลานหน้าโบสถ์ สองคนยิ้มแย้มมีความสุข เคาะระฆังกันไปคุยกันไป
“เคาะเบาะๆแค่นั้นเดี๋ยวเทวดาไม่ได้ยินคำอธิษฐานจะไม่สมหวังนะครับ”
“ก็เคาะแรงแล้วนะ”
“ก็ยังเบาอยู่ ต้องเคาะแรงๆกว่านี้ครับ...มาผมช่วย”
ทศพลได้โอกาสโอบจับมือเธอเคาะระฆัง ความใกล้ชิดทำให้หญิงสาวขวยเขิน ติงเขาว่า
“จะมากไปไหมนายพล ช่วยเคาะระฆังให้แค่นี้ต้องโอบขนาดนี้เลยเหรอ”
“ไม่ได้ครับ เดี๋ยวเทวดาไม่ได้ยินคำอธิษฐานของผมที่มีคุณอยู่ในนั้นด้วย แล้วจะไม่สมหวัง”
“ขี้ตู่ แอบเอาฉันไปอธิษฐานอะไรด้วย บอกมาเดี๋ยวนี้นะ”
ทศพลอมยิ้ม แต่ไม่ทันพูดอะไรเสือกับแก้วตาท่าทีร้อนรนเข้ามา เสือต้องการคุยกับทศพลโดยไม่มี ชโลธรจึงส่งซิกบอก ทศพลเข้าใจรีบพูดกับชโลธรว่า
“ผมขอตัวแป๊บนึงนะครับคุณหนู”
ทศพลเดินตามเสือกับแก้วตาออกไป เมื่อสองคน เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ทศพลรู้สึกกังวลขึ้นมาทันที
“ข้อยบ่อยากเว้าให้คุณชิโลได้ยิน เดี๋ยวสิตกใจ”
“ขอบใจหมู่เด้อโต มันเล่นงานเจ้ากับแก้วตาแฮงจังซี้ คงตั้งใจจอบเบิ่งเจตนาบ่ดีกับเฮาแนนอน”










