ตอนที่ 4
เจ้าช่อเอื้องไม่พอใจหนานแก้วมากถามว่าคิดยังไงถึงจะให้เทียนคำมาฟ้อนรำบูชาธาตุกับเจ้านาย หนานแก้วบอกว่าตนบนไว้
เจ้าช่อเอื้องไล่ว่าอยากรำก็ให้ไปรำที่จอมทองโน่น ด่าหนานแก้วว่าเป็นคนธรรมดาไม่เจียมกะลาหัวไปบนบานอะไรอย่างนั้นและทำไมต้องมาให้เสียชื่อคุ้มของตน คนเมืองอื่นจะมองยังไงถ้ารู้ว่าคุ้มเราเอาขี้ข้ามาฟ้อนมารำบูชาธาตุ หากเป็นชาวเมืองทั่วไปก็ว่าไปอย่าง แต่อีเทียนคำมันเป็นขี้ข้า!
หนานแก้วหน้าเสียที่ถูกเหยียดหยาม แม้เจ้าเวียงสวรรค์จะแก้ว่าหนานแก้วไม่ใช่ขี้ข้าแต่เป็นเพื่อนตนเป็นอาจารย์ของเจ้าน้อยด้วย เจ้าช่อเอื้องเชิดใส่ไม่พอใจ ส่วนหนานแก้วพูดอย่างอ่อนน้อมเจียมตัวว่าแม้เจ้าเวียงสวรรค์จะให้เกียรติ แต่ตนก็เป็นแค่บ่าว ชี้แจงว่า
“ที่ข้าอยากให้เทียนคำมันรำ เพราะข้าศรัทธาในพระธาตุศรีทองเลยบนบานเอาไว้หากเทียนคำมันรอดตายจากป่วยไข้ครั้งนั้น”
เจ้าช่อเอื้องถามเย้ยว่าชีวิตอีเทียนคำสำคัญขนาดนั้นเลยหรือ การขอครั้งนี้เกินไป ในฐานะชายาของเจ้าเวียงสวรรค์ตนไม่อนุญาต! เจ้าเวียงสวรรค์หน้าเสีย เจ้าช่อเอื้องอ้างว่ามันรอดมาได้สิบกว่าปีแล้วจะตายได้ ยังไง หนานแก้วเสียงอ่อนว่าเผื่อมันผิดผี เจ้าช่อเอื้องบอกว่านั่นมันเรื่องของเอ็ง บนอะไรไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
เจ้าเวียงสวรรค์ไม่กล้าโต้แย้งเจ้าช่อเอื้อง กล่อมหนานแก้วว่าเทียนคำรอดมาได้แล้วถือว่าเป็นลูกหลานเป็นคนในคุ้ม พระธาตุคงไม่เอาผิดอะไรกับมันหรอก
หนานแก้วอ้อนวอนว่าที่ขอให้ท่านช่วยเพราะถ้าไม่ทำตามสัจจะวาจาก็เหมือนไม่นับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์กลัวจะเกิดไม่ดีกับเทียนคำ เจ้าช่อเอื้องตวาดว่า
“เรื่องของมัน...ไม่ใช่เรื่องของเรา!”
หนานแก้วตะลึง กลินท์ตะโกนถาม “แล้วถ้าเทียนคำมีอันเป็นไปล่ะ?” แต่ไม่มีใครได้ยิน พลันเสียงกลองจากไหนไม่รู้ดังเร่งเร้าขึ้นจนกลินท์ต้องเอามืออุดหูหลับตาปี๋อย่างทรมาน
กลินท์ลอยเข้าไปในป่าเห็นหนานแก้วดักหมูป่าอยู่ท่าทางนิ่งสงบ ทันใดร่างก็กระตุก ตามองไปยังเบื้องสูงด้วยความตระหนก กลินท์มองตามแต่ไม่เห็นอะไร กลินท์ตะลึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหนานแก้วและตัวเอง แต่ได้ยินเสียงสวดมนต์ระงมไปทั้งป่า!
แม่ชีธารทองนั่งสมาธิสวดมนต์อยู่ที่วัดรู้สึกเหมือนเห็นนิมิตบางอย่าง และเสียงกลองที่รัวกระหน่ำก็ค่อยๆกลายเป็นเสียงดนตรีเพลงเศร้าน่ากลัว พร้อมกับเสียงคำป้อร้องเรียก
“เทียนคำ...เทียนคำ...”










