ตอนที่ 4
“เกลียดนัก ไอ้แก่อวดเก่ง ไม่เห็นมันจะเก่งตรงไหนเลย!”
กลินท์หมั่นไส้มากตรงเข้าตบหัวเจ้าน้อยอย่างแรง แต่ตัวเองกลับเสียหลักวืดคว่ำไปเอง
เจ้าน้อยย่องขึ้นเรือนหนานแก้วแอบที่ประตู
ดูเทียนคำที่นอนจับไข้อยู่ด้วยสายตาเจ้าชู้ กลินท์เห็นก็นึกถึงอินทร์ทันที
ภายในบ้าน คำป้อเอายาสมุนไพรมาป้อนเทียนคำ บอกหนานแก้วว่าพอเป็นลมไปก็หลับแล้วก็เพ้อแบบนี้ตลอดเลย หนานแก้วเข้าไปลูบศีรษะเทียนคำมองไปทางพระธาตุที่อยู่ไกลลิบๆ พนมมือภาวนา
“ไหนๆก็รอดเขี้ยวเสือมาแล้ว งั้นข้าจะไปไหว้สากับธาตุศรีจอมทอง ขอให้ละอ่อนเทียนคำคนนี้หายป่วยหายไข้ ให้มันอยู่รอดปลอดภัยและหากมันอายุได้สิบห้าปี ข้าจะให้มันมาฟ้อนเทียนถวายพระธาตุมณีเพื่อเป็นพุทธบูชา”
หนานแก้วยกมือท่วมหัวท่องคาถาเป่าไปที่กระหม่อมเทียนคำ ร่างที่กำลังทุรนทุรายจึงค่อยสงบลง หนานแก้วบอกเทียนคำที่นอนอยู่อย่างยินดีว่า
“ธาตุศรีจอมทองโปรดเอ็งแล้วถือว่าเกิดใหม่ เพราะฉะนั้นให้เอาพระธาตุศรีจอมทองเป็นปีเกิดนะเทียนคำ” หนานแก้วยกมือท่วมหัวอีกครั้ง คำป้อไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ใต้มณฑปตามหนานแก้วน้ำตาเอ่อ
กลินท์มองเข้าไปในมณฑปที่บรรจุพระธาตุ
พลันก็รู้สึกถึงพลังบางอย่างจนเธอต้องยกมือไหว้ด้วยความศรัทธา หนานแก้วมองมาที่ประตูเห็นเจ้าน้อย เจ้าน้อยรีบโดดหลบใจเต้นรัว กลินท์เบ้ปากพึมพำ กะล่อนจริงๆ
หนานแก้วกำชับคำป้อให้ระวังเทียนคำไว้ด้วย อย่าให้ผู้ชายเข้าใกล้มันนัก จะบุญหนักศักดิ์ใหญ่ยังไงก็ไม่ควรให้เข้าใกล้ คำป้อถามว่าหมายถึงเจ้าน้อยหรือ หนานแก้วว่าไม่รู้ ที่พูดก็แค่ไม่อยากให้เทียนคำต้องเจ็บปวดเพราะผู้ชายกะล่อน ไม่ใช่ลูกผู้ชาย
“ด่าข้าชัดๆ ฮึ่ยยยย!!” เจ้าน้อยได้ยินโกรธมาก พอหนานแก้วหันหลังให้เจ้าน้อยก็รีบเดินออกไป กลินท์จะตาม แต่เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่นพร้อมกับลำแสงสีขาวดูดร่างกลินท์ไปอย่างแรง
ooooooo
เสียงนาฬิกาปลุกทำให้กลินท์ผุดขึ้นนั่งท่าทางหัวเสียเอามือขยุ้มผมโวยลั่น
“โอ๊ยยย! ยังไม่อยากตื่น ใครตั้งนาฬิกาปลุก”
เบนงัวเงียขึ้นมาขอโทษเสียงอ่อย กลินท์ถามว่ามาได้ไง เบนบอกว่าสายป่านวานให้ตนมาเฝ้าเธอแทนเพราะมีนัดสัมภาษณ์ กลินท์ถามว่าเรื่องเฮงซวยของตนใช่ไหม แล้วปลุกนาฬิกาทำไมเสียงดัง เบนบอกว่าป่านบอกว่าเธอมีงานตอนเที่ยง










